การประชุมใหญ่สามัญ
ปรับใจของท่านมาหาพระเยซูคริสต์: ของประทานอันศักดิ์สิทธิ์แห่งเพลงปฐมวัย
การประชุมใหญ่สามัญเดือนตุลาคม 2025


10:36

ปรับใจของท่านมาหาพระเยซูคริสต์: ของประทานอันศักดิ์สิทธิ์แห่งเพลงปฐมวัย

เพลงปฐมวัยเป็นคำเทศนาสำหรับสานุศิษย์ของพระเยซูคริสต์ เป็นพยานถึงความจริงของพระกิตติคุณที่ได้รับการฟื้นฟู และเป็นคำสวดอ้อนวอนที่ถ่ายทอดออกมาเป็นเพลง

พรอย่างหนึ่งของการรับใช้ของดิฉันในปฐมวัยคือ ใจดิฉันได้เรียนรู้ที่จะรักในภาษาที่พูดไม่ได้ ดิฉันพบปีติในการเชื่อมสัมพันธ์กับเพื่อนวิสุทธิชนผ่านภาษาบทเพลงอันศักดิ์สิทธิ์ที่ร้องร่วมกัน และโดยเฉพาะผ่านเพลงเรียบง่ายของปฐมวัย พระวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ได้ก้าวข้ามอุปสรรคทางภาษาและเติมเต็มใจดิฉันด้วยเสียงกระซิบของพระองค์ เสียงของเด็กๆ ความรักของพระผู้เป็นเจ้าและพระบุตรของพระองค์ พระเยซูคริสต์ ได้รับการประกาศด้วยความจริงอันแจ้งชัดและเฉียบคม

แม้จะไม่ได้เติบโตในปฐมวัย แต่พระวิญญาณได้สอนดิฉันถึงความศักดิ์สิทธิ์ของเพลงอย่างรวดเร็ว และเพลงได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการนมัสการส่วนตัวของดิฉัน เพลงปฐมวัยมีอิทธิพลอันศักดิ์สิทธิ์ในชีวิตดิฉัน ยกระดับจิตวิญญาณ สอนความจริงนิรันดร์ และนำดิฉันเข้าใกล้พระผู้ช่วยให้รอดและพระกิตติคุณของพระองค์มากขึ้น

ประธานดัลลิน เอช. โอ๊คส์สอนว่า “การร้องเพลงสวดเป็นวิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งในการเรียนรู้หลักคำสอนของพระกิตติคุณที่ได้รับการฟื้นฟู” นี่เป็นจริงสำหรับเราทุกคน โดยเฉพาะเด็กๆ เพลงปฐมวัยเป็นเครื่องมือหนึ่งที่อ่อนโยนที่สุดของพระผู้เป็นเจ้าในการปลูกฝังเมล็ดประจักษ์พยานในใจสานุศิษย์อายุน้อยของพระผู้ช่วยให้รอด บิดามารดา ผู้นำ และครูจะหล่อเลี้ยงเมล็ดนั้น ขณะ เป็นพยาน และ เชื้อเชิญประจักษ์พยานของเด็กๆ เกี่ยวกับทุกสิ่งที่พวกเขากำลังรู้จักเกี่ยวกับพระบิดา; องค์พระบุตร พระเยซูคริสต์; และพระวิญญาณบริสุทธิ์

ในช่วงหลายปีสุดท้ายของการรับใช้ ดิฉันใช้เวลาร้องเพลงและเรียนรู้จากเพลงปฐมวัย ขณะไตร่ตรองคำถามสองสามข้อ:

  • เพลงปฐมวัยในวัยเด็กจะกลายเป็นภาษาทางวิญญาณที่เด็กๆ ใช้เป็น พยาน ไปตลอดชีวิตได้อย่างไร?

  • การร้องเพลงแห่งความจริงพระกิตติคุณช่วยให้เด็กๆ ระลึก ถึงพระผู้เป็นเจ้าตามพันธสัญญาและเตรียมพวกเขารับศาสนพิธีอย่างไร?

  • และเพลงปฐมวัยจะช่วย จารึก ธรรมบัญญัติของพระผู้เป็นเจ้าไว้บนดวงใจของสานุศิษย์อายุน้อยเหล่านี้ได้อย่างไร?

เมื่อปฐมวัยเริ่มต้นในปี 1878 ออเรเลีย สเป็นเซอร์ โรเจอร์ส ประธานปฐมวัยคนแรก กล่าวว่า “การร้องเพลงเป็นสิ่งจำเป็น” เพลงเป็นหัวใจสำคัญของการสอนพระกิตติคุณแก่เด็กๆ มาโดยตลอด เพลงปฐมวัยสามารถกลายเป็นภาษาแรกทางวิญญาณของเด็กๆ เพราะท่วงทำนองที่เรียบง่ายและน่าจดจำช่วยขับเน้นความจริงแห่งพระกิตติคุณ เพลงเหล่านี้มีพลังที่จะอยู่กับเด็กๆ ไปตลอดชีวิต เป็นส่วนหนึ่งของการเป็นสานุศิษย์ของพวกเขา และเป็นวิธีปกติธรรมชาติที่เด็กๆ จะได้เป็นพยานถึงพระผู้ช่วยให้รอด

สอนหลักคำสอนของพระเยซูคริสต์ผ่านบทเพลง

เพลงปฐมวัยเป็นเครื่องมือสอนหลักคำสอนอันทรงพลังได้ด้วย บางเพลงเล่าเรื่องราวชีวิตและการปฏิบัติศาสนกิจของพระผู้ช่วยให้รอด บางเพลงสอนเกี่ยวกับคุณลักษณะของพระองค์ เช่น ศรัทธา ความหวัง และจิตกุศล และเพลงที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดเป็นพยานถึงการชดใช้ของพระองค์และความรักที่มาจากการกระทำแห่งความรอดนั้น

ศาสดาพยากรณ์ของพระเจ้า ประธานรัสเซลล์ เอ็ม. เนลสันสอนว่า: “[เพลง] สามารถส่งอิทธิพลที่ดีได้แม้จะพ้นช่วงวัยเด็กไปนาน … [เพลง] มีพลังหล่อเลี้ยงทางวิญญาณ มีพลังเยียวยา มีอำนาจส่งเสริมการนมัสการ; ช่วยให้เราไตร่ตรองการชดใช้ [ของพระผู้ช่วยให้รอด] และการฟื้นฟูพระกิตติคุณ พร้อมด้วยหลักธรรมแห่งความรอดและศาสนพิธีแห่งความสูงส่งของพระกิตติคุณนั้น เพลงมอบพลังให้เราได้ถ่ายทอดความคิดอันเปี่ยมด้วยการสวดอ้อนวอนและแสดงประจักษ์พยานถึงความจริงอันศักดิ์สิทธิ์”

ในฐานะบิดามารดา ผู้นำ และครู ความพยายามของเราคือการช่วยให้เด็กๆ เข้าถึงพรที่สัญญาไว้ โดยตั้งใจสอนความจริงพระกิตติคุณในบทเพลง ประธานเนลสันสอนด้วยว่า “เด็กๆ สามารถเรียนรู้หลักคำสอนขณะเรียนรู้ที่จะร้องเพลงได้ดีพอๆ กับที่พวกเขาเรียนรู้หลักคำสอนในชั้นเรียน” เพลงเหล่านี้สามารถเป็นแหล่งคำเทศนาอันเปี่ยมศรัทธา ซึ่งชี้นำเด็กๆ ไปหาพระผู้ช่วยให้รอด และช่วยพวกเขาพัฒนาการอุทิศตนในพระกิตติคุณ

พระคัมภีร์สอนว่าบทเพลงจากใจคนชอบธรรมเป็นความเบิกบานต่อพระผู้ช่วยให้รอด ดิฉันประหลาดใจกับความเบิกบานที่เสียงของสานุศิษย์อายุน้อยของพระองค์นำมาให้ ดิฉันรู้ว่าเพลงสวดอ้อนวอนของพวกเขาไปถึงสวรรค์เพราะเป็นการแสดงออกถึงศรัทธาซึ่งอัญเชิญพระวิญญาณศักดิ์สิทธิ์มายืนยันความจริงนิรันดร์ และเชิญชวนผู้อื่นอย่างนุ่มนวลให้ตอบรับการเรียกของพระผู้ช่วยให้รอดให้ติดตามพระองค์และกลับบ้าน ดังที่เอ็ลเดอร์เฮนรีย์ บี. อายริงก์ได้เตือนเราว่า ในช่วงที่เรารู้สึกถึงพระวิญญาณนั้น เรามีหลักฐานว่าการชดใช้ของพระผู้ช่วยให้รอดกำลังเกิดผลในชีวิต

ประทับความจริงลงในใจ

เพลงปฐมวัยสามารถเป็นปาฏิหาริย์ที่พกติดตัวไปตลอดเส้นทางชีวิตการเป็นสานุศิษย์ที่ลูกหลานของเราจะก้าวเดิน เพลงที่เรียนรู้ตั้งแต่หกขวบมีพลังที่จะยังอยู่กับเรา—และหวนกลับมาได้ในอีกหลายทศวรรษในช่วงเวลาแห่งการตัดสินใจ การล่อลวง ความโศกเศร้า หรือปีติ บางทีในช่วงหลังของชีวิต เนื้อเพลง “ฉันจะทำตามแผนของพระผู้เป็นเจ้า” อาจเป็นเหมือนสมอทางวิญญาณที่สะท้อนพยานของเปาโลถึงความแน่นอนของพระสัญญา หรืออาจเป็นเครื่องเตือนใจว่า เพราะพระผู้เป็นเจ้าทรงรักษาพระสัญญา พันธสัญญาของพระองค์จึงมอบการปลอบโยนและที่หลบภัยอันแข็งแรงให้เรา และเชื้อเชิญให้เราวางความหวังและความมั่นใจไว้กับพระเยซูคริสต์ และอำนาจการชดใช้ของพระองค์

สมาชิกผู้ใหญ่ทั่วโลกมักจะระลึกถึงและหันไปหาเพลงปฐมวัยที่เรียนรู้สมัยเด็กในยามยากลำบาก สำหรับหลายคน เพลงเหล่านี้วางรากฐานแรกเริ่มของศรัทธาในพระเยซูคริสต์ และมักเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนใจเลื่อมใสมาสู่พระกิตติคุณ บิดามารดา ผู้นำ และครูได้บำรุงเลี้ยงศรัทธานั้นตลอดหลายปีด้วยการสอน ร้องเพลง และเป็นพยานกับเด็กๆ ด้วยความเอาใจใส่

ซิสเตอร์คนหนึ่งเล่าให้ฟังว่าเธอรักเพลงปฐมวัย ผ่านไป 20 ปี เธอให้เครดิตเพลงปฐมวัยว่าได้ยกระดับการเปลี่ยนใจเลื่อมใสของเธอในพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์มาโดยตลอด สมาชิกอีกคนเป็นพยานว่าปฐมวัยได้หว่านเมล็ดแห่งศรัทธาตั้งแต่เขายังเด็ก และเป็นเหตุผลที่เขากลับมาศาสนจักรของพระเจ้าเมื่ออายุ 30 กว่าๆ พระผู้ช่วยให้รอดทรงสัญญาว่า “องค์ผู้ช่วย … จะทรงสอนพวกท่านทุกสิ่ง และจะทำให้ระลึกถึงทุกสิ่งที่เรากล่าวกับท่านแล้ว” เพลงปฐมวัยสามารถเป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้สัญญานั้นเกิดผล

เพลงปฐมวัยที่เรารักอีกเพลงหนึ่งถ่ายทอดพลังของศรัทธาอันเรียบง่ายและประจักษ์พยานอันยั่งยืน:

ฉันเดินกับพระเยซูกลับสู่บ้านเบื้องบน

ทรงอวยพรฉันด้วยพระวิญญาณ ความรักพระองค์ท่วมท้น

ช่วยให้ฉันมองเห็นชัด เปลี่ยนใจฉันชั่วนิรันดร์

ฉันจะเดินกับพระองค์ ผู้จะทรงเดินกับฉัน

ขณะเด็กๆ ร้องเพลง พวกเขากำลังแสดงความปรารถนาของสานุศิษย์และเรียนรู้รูปแบบการดำเนินชีวิตตามพันธสัญญา พระวิญญาณสามารถใช้เพลงเพื่อจารึกความจริงนิรันดร์ไว้ในใจพวกเขา เมื่อถึงเวลา เด็กๆ สามารถเลือกปรับและหัน ใจกับชีวิต เข้าหาพระเยซูคริสต์ โดยการทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์กับพระองค์

ระลึกถึงพันธสัญญาของเราและเตรียมพร้อมรับศาสนพิธี

เพลงศักดิ์สิทธิ์สามารถช่วยจารึกหลักคำสอนของพระคริสต์ลงในจิตวิญญาณ และเตรียมเราให้พร้อมรับศาสนพิธีของพระองค์ เชื่อมโยงหลักคำสอนของพระผู้ช่วยให้รอดกับความทรงจำของเรา และเชื่อมโยงความทรงจำนั้นกับความเป็นสานุศิษย์

ในฐานะผู้นำปฐมวัย เรามีโอกาสและความรับผิดชอบศักดิ์สิทธิ์ที่จะดูแลให้มีการสอนเพลงปฐมวัยด้วยปีติ ด้วยความเข้าใจหลักคำสอน และด้วยพระวิญญาณ ซึ่งรวมถึงการเชื้อเชิญให้เด็กๆ สังเกตความรู้สึกตนเองขณะร้องเพลง และช่วยให้พวกเขาตระหนักว่าความรู้สึกเหล่านั้นมาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ ความพยายามเหล่านี้ช่วยเตรียมเด็กๆ ให้พร้อมรับศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์ เช่น บัพติศมาและการยืนยัน และสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาจดจำพันธสัญญาขณะต่อสัญญากับพระผู้เป็นเจ้าเป็นประจำ

ในพระกระยาหารมื้อสุดท้าย หลังจากพระผู้ช่วยให้รอดทรงสถาปนาศีลระลึก มัทธิวบันทึกว่า “เมื่อร้องเพลงสรรเสริญแล้ว เขาทั้งหลายก็พากันไปที่ภูเขามะกอกเทศ” ในแต่ละสัปดาห์ สมาชิกที่รับบัพติศมาและรับการยืนยันของศาสนจักรที่ได้รับการฟื้นฟูของพระเจ้า รวมถึงเด็กที่รับบัพติศมาตั้งแต่อายุแปดขวบ ต่างเตรียมตัวรับศีลระลึกของพระองค์ โดยผ่านการร้องเพลงศักดิ์สิทธิ์ ลูกๆ ของพระผู้เป็นเจ้าในที่ประชุมได้รับโอกาสในการเตรียมใจให้พร้อมรับศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์นั้น เพื่อรับพระนามของพระองค์ เพื่อระลึกถึงพระองค์ตลอดเวลา และเพื่อรักษาพระบัญญัติของพระองค์

ประจักษ์พยานปิดท้าย

เพื่อนที่รัก ดิฉันเป็นพยานว่าเพลงปฐมวัยสอนความจริงและหลักคำสอนนิรันดร์ที่นำเราไปสู่พระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ ดิฉันขอเชิญชวนให้ท่านพิจารณาว่าความจริงพื้นฐานใดบ้างที่จารึกไว้บนดวงใจท่านผ่านคำสอนอันเรียบง่ายในเพลง และเป็นพยานถึงความจริงนั้นต่อเหล่าสานุศิษย์อายุน้อยของพระผู้ช่วยให้รอดขณะท่านสอนข่าวประเสริฐแห่งพระกิตติคุณผ่านบทเพลง

ดิฉันทราบว่าพระผู้เป็นเจ้าพระบิดาของเรา ด้วยความรักอันหาที่สุดมิได้ ทรงส่งพระบุตรที่รักของพระองค์มายังโลกนี้เพื่อสอนเรา ชี้ทางให้เรา และไถ่เราผ่านการชดใช้

ดิฉันทราบว่าพระชนม์ชีพและการปฏิบัติศาสนกิจของพระผู้ช่วยให้รอดเป็นเรื่องจริงและเป็นส่วนตัว พระคัมภีร์เต็มไปด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับการรักษา ความเมตตา และปาฏิหาริย์ของพระองค์

ดิฉันทราบว่าพระบิดาทรงฟังและตอบคำสวดอ้อนวอนที่จริงใจของลูกๆ ของพระองค์ ไม่ว่าจะมีอายุเท่าใด ในสถานการณ์ใด หรือใช้ภาษาใด พระองค์ทรงฟังคำวิงวอนแผ่วเบาในใจเรา

ดิฉันเป็นพยานว่าในเกทเสมนี พระเยซูคริสต์ทรงแบกภาระแห่งบาป ความโศกเศร้า และความเจ็บปวดของเรา ทรงทนทุกข์อย่างเต็มพระทัยเพราะทรงรักเรา และทรงทำให้เราได้รับการอภัยและกลับบ้านได้

ดิฉันทราบว่าเราเป็นลูกของพระผู้เป็นเจ้าอย่างแท้จริง เราสร้างขึ้นตามรูปลักษณ์ของพระองค์ ได้รับศักยภาพอันสูงส่ง และได้รับเชิญให้กลับไปอยู่กับพระองค์ หากเราเลือกติดตามพระเยซูคริสต์

ดิฉันทราบว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นแบบอย่างที่สมบูรณ์แบบ และเมื่อเราติดตามพระองค์โดยการรับใช้ ให้อภัย และรักผู้อื่น เราจะเหมือนพระองค์มากขึ้นทุกวัน

ดิฉันทราบว่าพระวิหารศักดิ์สิทธิ์คือพระนิเวศน์ของพระเจ้าบนโลกนี้ ในพระวิหาร เราทำพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ รับพรนิรันดร์ เรียนรู้เกี่ยวกับพระองค์มากขึ้น และรู้สึกถึงการประทับอยู่ของพระองค์มากขึ้น พระวิหารเป็นสถานที่แห่งการเรียนรู้ สันติสุข และการเตรียมตัวสำหรับชีวิตเรา

ดิฉันเป็นพยานว่าการที่เราพยายามสอนและร้องเพลงปฐมวัยให้เด็กๆ ไม่ได้เป็นเพียงประเพณีที่ดีงามทางศาสนาเท่านั้น แต่เป็นคำเทศนาสำหรับสานุศิษย์ของพระเยซูคริสต์ เป็นพยานถึงความจริงพระกิตติคุณ และเป็นคำสวดอ้อนวอนที่ถ่ายทอดออกมาเป็นเพลง เพลงศักดิ์สิทธิ์สามารถส่องแสงสว่างของพระคริสต์มายังผู้ฟังและเทลงไปในใจของผู้ร้องได้ เพื่อนที่รัก พระเยซูทรงอยากให้เราเป็นลำแสง ดิฉันเป็นพยานในพระนามอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูคริสต์ เอเมน

อ้างอิง

  1. Dallin H. Oaks, “Worship Through Music,” Ensign, Nov. 1994, 10.

  2. “เพลงจากคนชอบธรรมเป็นคำสวดอ้อนวอนต่อเรา”(หลักคำสอนและพันธสัญญา 25:12)

  3. “เพลงศักดิ์สิทธิ์เป็นส่วนสำคัญยิ่งของการประชุมศีลระลึกและการประชุมอื่นของศาสนจักร … สมาชิกมารวมกันในการประชุมศีลระลึกเพื่อระลึกถึงพระเยซูคริสต์โดยการรับส่วนศีลระลึก พวกเขามารวมกันเพื่อสร้างศรัทธาและประจักษ์พยาน และนมัสการพระบิดาบนสวรรค์และพระเยซูคริสต์ ควรเลือกเพลงที่จะช่วยให้บรรลุจุดประสงค์เหล่านี้ … เพลงสวดศีลระลึกควรกล่าวถึงศีลระลึกหรือการพลีพระชนม์ชีพของพระผู้ช่วยให้รอด” (คู่มือทั่วไป: การรับใช้ในศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย, 19.3, 19.3.2, คลังค้นคว้าพระกิตติคุณ)

  4. “เราจะบรรจุธรรมบัญญัติไว้ในเขาทั้งหลาย และเราจะจารึกมันไว้บนดวงใจของเขา” (เยเรมีย์ 31:33)

  5. Aurelia Spencer Rogers, ใน “A History of the Primary Organization,” history.ChurchofJesusChrist.org.

  6. Russell M. Nelson, “Power and Protection Provided by Worthy Music” (Brigham Young University devotional, May 4, 2008), 4, 5, speeches.byu.edu.

  7. Russell M. Nelson, ใน “Keep Singing Songs That Teach Doctrine, Says President Nelson” (วิดีโอ), ChurchofJesusChrist.org.

  8. “เราหวังว่าบรรดาผู้นำ ครู และสมาชิกที่ได้รับเรียกเป็นผู้พูดจะใช้หนังสือเพลงสวดบ่อยๆ เพื่อค้นหาคำสอนที่ถ่ายทอดอย่างทรงพลังและงดงามในแต่ละท่อน …

    “ดนตรีมีพลังไร้ขอบเขตในการขับเคลื่อนครอบครัวไปสู่ความเข้มแข็งทางวิญญาณและความอุทิศตนต่อพระกิตติคุณมากยิ่งขึ้น วิสุทธิชนยุคสุดท้ายควรทำให้บ้านเต็มไปด้วยเสียงดนตรีที่มีค่าควร …

    “จงสอนลูกๆ ของท่านให้รักเพลงสวด ร้องเพลงสวดในวันสะบาโต ในกิจกรรมยามค่ำที่บ้าน ระหว่างการศึกษาพระคัมภีร์ ในยามสวดอ้อนวอน ร้องขณะทำงาน ขณะเล่น และขณะท่านเดินทางด้วยกัน ร้องเพลงสวดในการกล่อมเด็กเพื่อสร้างศรัทธาและประจักษ์พยานในลูกๆ ของท่าน” (ดู “คำกล่าวของฝ่ายประธานสูงสุด,” เพลงสวด, ix, x)

  9. ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 25:12

  10. “หากท่านรู้สึกถึงอิทธิพลของพระวิญญาณบริสุทธิ์ … , ท่านอาจใช้ความรู้สึกนั้นเป็นหลักฐานยืนยันว่าการชดใช้กำลังเกิดผลในชีวิตท่าน” (Henry B. Eyring, “Gifts of the Spirit for Hard Times” [Brigham Young University devotional, Sept. 10, 2006], 5, speeches.byu.edu)

  11. ดู ฮีบรู 6:17–19

  12. ดู โมโรไน 7:41

  13. ยอห์น 14:26

  14. “ฉันจะเดินกับพระเยซู,” เลียโฮนา, ก.พ. 2020, คลังค้นคว้าพระกิตติคุณ.

  15. มัทธิว 26:30

  16. “ถึงแม้ศีลระลึกมีไว้สำหรับสมาชิกศาสนจักร แต่ไม่ควรทำสิ่งใดเพื่อกีดกันไม่ให้ผู้อื่นรับส่วน” (คู่มือทั่วไป, 18.9.3) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นเรื่องเหมาะสมสำหรับเด็กเล็กๆ ที่จะรับส่วนศีลระลึกก่อนจะถึงวัยที่รับผิดชอบได้ เพื่อพวกเขาจะได้เห็นคุณค่าการพลีพระชนม์ชีพของพระเยซูคริสต์ และเตรียมทำพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์กับพระผู้เป็นเจ้าในอนาคต

  17. ดู “พระองค์ทรงส่งพระบุตร,” หนังสือเพลงสำหรับเด็ก, 20–21.

  18. “เล่าเรื่องพระเยซูให้ฉันฟังที,” หนังสือเพลงสำหรับเด็ก, 36.

  19. ดู “การสวดอ้อนวอนของเด็กๆ,” หนังสือเพลงสำหรับเด็ก, 6–7.

  20. ดู “เกทเสมนี,” เพลงจากเพื่อนเด็ก, คลังเพลง, ChurchofJesusChirst.org.

  21. ดู “ฉันลูกพระผู้เป็นเจ้า,” หนังสือเพลงสำหรับเด็ก, 2–3.

  22. ดู “ฉันพากเพียรเป็นเหมือนพระเยซู,” หนังสือเพลงสำหรับเด็ก, 40–41.

  23. ดู “ฉันชอบมองดูพระวิหาร,” หนังสือเพลงสำหรับเด็ก, 99.

  24. ดู “พระเยซูอยากให้ฉันเป็นลำแสง” หนังสือเพลงสำหรับเด็ก, 38.