การประชุมใหญ่สามัญ
การชดใช้ของพระเยซูคริสต์ช่วยเราได้มากที่สุด
การประชุมใหญ่สามัญเดือนเมษายน 2025


14:16

การชดใช้ของพระเยซูคริสต์ช่วยเราได้มากที่สุด

เมื่อเราหันไปหาพระเยซูคริสต์ พระผู้ช่วยให้รอดของโลก พระองค์ทรงช่วยเราจากพายุแห่งชีวิตผ่านการชดใช้ของพระองค์

การชดใช้ของพระเยซูคริสต์ช่วยเราได้มากที่สุดจากความลำบากที่เราเผชิญในชีวิตนี้ ประธานรัสเซลล์ เอ็ม. เนลสันมอบหมายให้ข้าพเจ้าอุทิศพระวิหารแคสเปอร์ ไวโอมิงเมื่อปลายปีที่แล้ว เป็นประสบการณ์ที่ลึกซึ้ง เปี่ยมด้วยอารมณ์ความรู้สึกและความรู้สึกทางวิญญาณ ทำให้เห็นภาพชัดเจนถึงบทบาทของพระวิหารในการช่วยลูกๆ ของพระผู้เป็นเจ้าผ่านการชดใช้ของพระผู้ช่วยให้รอด

สเตคในท้องถิ่นพระวิหารแคสเปอร์ ไวโอมิง เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางบกที่ผู้บุกเบิกวิสุทธิชนยุคสุดท้ายใช้ระหว่างปี 1847 ถึง 1868 ในการเตรียมอุทิศพระวิหารแห่งนี้ ข้าพเจ้าได้อ่านทบทวนประวัติศาสตร์ของเส้นทางตามแนวแม่น้ำแพลตต์ใกล้เมืองแคสเปอร์ไปจนถึงซอลท์เลคซิตี้ เส้นทางนี้เคยเป็นทางสัญจรสำหรับผู้อพยพชาวตะวันตกหลายแสนคน ที่ข้าพเจ้าเน้นเป็นหลักคือเรื่องผู้บุกเบิกวิสุทธิชนยุคสุดท้ายกว่า 60,000 คนที่เดินทางโดยเส้นทางนั้น

ผู้บุกเบิกส่วนใหญ่เดินทางมาด้วยเกวียน แต่ประมาณ 3,000 คนที่ข้ามมาอยู่ในคณะรถลาก 10 คณะ แปดคณะในนั้นทำการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ด้วยความสําเร็จอย่างน่าทึ่ง และมีคนตายไม่กี่คน ยกเว้นคณะรถลากวิลลี่กับมาร์ตินในปี 1856

ข้าพเจ้าทบทวนเรื่องราวคณะรถลากวิลลี่กับมาร์ตินตั้งแต่ช่วงที่สภาพอากาศเลวร้ายเริ่มต้นขึ้น ทำให้ทราบเป็นอย่างดีถึงความท้าทายที่พวกเขาเผชิญขณะข้ามแม่น้ำสวีทวอเตอร์ ช่องผามาร์ตินส์โคฟ สันเขาร็อกกี้ และค่ายร็อกครีกฮอลโลว์

ผู้บุกเบิกรถลากท่ามกลางหิมะ

Between Storm [กลางพายุ], โดย แอลบิน เวเซลกา

ข้าพเจ้าไม่เคยเข้าไปในพระวิหารแคสเปอร์ก่อนการอุทิศ เมื่อเข้าไปในห้องโถง ความสนใจข้าพเจ้าถูกดึงไปที่ต้นฉบับภาพวาดรถลาก ชื่อภาพ Between Storms [กลางพายุ] เห็นได้ชัดว่าภาพนี้ไม่ได้มีเจตนาจะถ่ายทอดเรื่องเศร้าที่เกิดขึ้น ขณะเพ่งดูภาพนั้น ข้าพเจ้าคิดว่า “ภาพนี้ถูกต้องแล้ว ผู้บุกเบิกรถลากส่วนใหญ่ไม่ได้พบกับเรื่องเศร้า” แล้วก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าชีวิตทั่วไปก็คล้ายๆ เช่นนี้ บางครั้งเราอยู่กลางพายุ และบางครั้งเราอยู่กลางหมู่เมฆและแสงแดด

แม่น้ำสวีทวอเตอร์

Heaven’s Portal [ประตูสวรรค์], โดย จิม วิลค็อกซ์

เมื่อหันไปทางภาพวาดต้นฉบับบนผนังอีกด้านที่ชื่อ Heaven’s Portal [ประตูสวรรค์] ข้าพเจ้าก็ตระหนักว่าภาพวาดฤดูร้อนอันสวยงามของหุบผาที่เรียกว่า “ประตูปีศาจ” ซึ่งมีแม่น้ำสวีทวอเตอร์ใสสงบไหลผ่านนั้น ได้นำเสนอความงดงามแห่งงานสร้างของพระเจ้าด้วย ไม่ใช่แค่ความท้าทายที่ผู้บุกเบิกเผชิญในช่วงฤดูหนาวอันโหดร้ายเท่านั้น

แล้วข้าพเจ้าก็มองไปข้างหน้าตรงด้านหลังโต๊ะใบรับรอง และเห็นภาพวาดอันสวยงามของพระผู้ช่วยให้รอด ภาพนี้ปลุกความรู้สึกสำนึกคุณอย่างท่วมท้นขึ้นมาทันที ในโลกอันสวยงามยิ่งนี้ มีเรื่องท้าทายมากมาย เมื่อเราหันไปหาพระเยซูคริสต์ พระผู้ช่วยให้รอดของโลก ทรงช่วยเราจากพายุแห่งชีวิตผ่านการชดใช้ของพระองค์ตามแผนของพระบิดา

สำหรับข้าพเจ้า ห้องโถงนี้เป็นการเตรียมที่สมบูรณ์แบบสำหรับห้องศาสนพิธีในพระวิหารที่ช่วยให้เราได้รับศาสนพิธีแห่งความสูงส่ง ทำพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ ตลอดจนยอมรับและประสบพรแห่งการชดใช้ของพระผู้ช่วยให้รอดอย่างเต็มที่ แผนแห่งความสุขของพระบิดามีพื้นฐานอยู่บนการช่วยด้วยการชดใช้ของพระผู้ช่วยให้รอด

ประสบการณ์ของผู้บุกเบิกทำให้วิสุทธิชนยุคสุดท้ายมีธรรมเนียมทางประวัติศาสตร์อันเป็นเอกลักษณ์และมรดกร่วมทางวิญญาณอันทรงพลัง สำหรับบางคน การย้ายถิ่นฐานใช้เวลานานกว่าจะเกิดขึ้นหลังจากถูกบีบให้ออกจากทั้งมิสซูรีและนอวู ส่วนบางคนเริ่มต้นขึ้นหลังจากประธานบริคัม ยังก์ประกาศแผนรถลาก ซึ่งมุ่งหมายเพื่อให้การย้ายถิ่นฐานมีค่าใช้จ่ายต่ำลง ค่าใช้จ่ายของรถลากต่ำกว่าการใช้เกวียนและวัวมาก

มิลเลน แอตวูด ผู้สอนศาสนาในอังกฤษกล่าวว่า เมื่อแผนรถลากประกาศออกมา “ข่าวแพร่ออกไปเหมือนไฟไหม้ฟาง และใจของวิสุทธิชนผู้ยากจนลิงโลดด้วยความปีติยินดี” หลายคน “สวดอ้อนวอนและอดอาหารวันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า เพื่อจะได้มีโอกาสไปรวมกันกับพี่น้องในเทือกเขา [นั้น]”

วิสุทธิชนรถลากส่วนใหญ่เจอความลำบากแต่เลี่ยงเหตุการณ์รุนแรงได้ ทว่ามีรถลากสองคณะ คือคณะวิลลี่กับคณะมาร์ติน ที่ประสบกับความอดอยาก เผชิญสภาพอากาศเยือกแข็ง และล้มตายเป็นจำนวนมาก

ผู้เดินทางเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษในเดือนพฤษภาคม 1856 โดยขึ้นเรือสองลำ พวกเขามาถึงจุดเตรียมสัมภาระรถลากในไอโอวาซิตี้ในเดือนมิถุนายนกับเดือนกรกฎาคม แม้จะได้รับการเตือน แต่ทั้งสองคณะก็ยังออกเดินทางไปหุบเขาซอลท์เลค ช้า เกินไปในฤดูกาลนั้น

ประธานบริคัม ยังก์รู้ถึงสถานการณ์เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายของสองคณะนี้เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ค.ศ. 1856 วันต่อมาท่านยืนต่อหน้าวิสุทธิชนในซอลท์เลคซิตี้และกล่าวว่า “พี่น้องของเราหลายคนอยู่บนทุ่งราบพร้อมกับรถลาก … และเราต้องพาพวกเขามาที่นี่ เราต้องส่งความช่วยเหลือไปให้ … ก่อนฤดูหนาวมาเยือน”

ท่านขอให้บรรดาอธิการจัดเตรียมล่อ 60 ทีม, เกวียน 12 เล่มขึ้นไป, และแป้งอีก 12 ตัน (10,886 กก.) พร้อมประกาศว่า “จงออกไปพาคนที่กำลังอยู่บนทุ่งราบมาที่นี่”

จำนวนผู้บุกเบิกในคณะรถลากวิลลี่และมาร์ตินรวมกันประมาณ 1,100 คน วิสุทธิชนล้ำค่าเหล่านี้ตายระหว่างทางประมาณ 200 คน หากไม่ช่วยให้ทันเวลา คงมีคนตายไปมากกว่านี้

พายุฤดูหนาวเริ่มขึ้นเกือบสองสัปดาห์หลังจากผู้ช่วยชีวิตคณะแรกออกจากซอลท์เลคซิตี้ เรื่องราวของสมาชิกคณะรถลากวิลลี่และมาร์ตินบรรยายถึงความท้าทายใหญ่หลวงหลังพายุเริ่ม และยังพรรณนาถึงปีติอันยิ่งใหญ่เมื่อคณะช่วยชีวิตมาถึงด้วย

แมรีย์ เฮอร์เรนบรรยายภาพการมาถึงว่า “น้ำตาหลั่งไหลอาบแก้มบรรดาผู้ชาย พวกเด็กๆ พากันเต้นรำด้วยความยินดี ทันทีที่ควบคุมความรู้สึกได้ ผู้คนต่างคุกเข่าลงในหิมะเพื่อขอบพระทัยพระผู้เป็นเจ้า”

สองวันต่อมา คณะวิลลี่ต้องเดินทางผ่านช่วงยากที่สุดของเส้นทาง คือการข้ามสันเขาร็อกกี้ในพายุเยือกแข็ง คนสุดท้ายของคณะไปไม่ถึงค่ายจนกระทั่งตีห้าของเช้าวันรุ่งขึ้น มีคนตายสิบสามคนและถูกฝังไว้ในหลุมเดียวกัน

ในวันที่ 7 พฤศจิกายน คณะวิลลี่ใกล้ถึงหุบเขาซอลท์เลคแล้ว แต่เช้าวันนั้นยังมีคนตายอีกสามคน สองวันต่อมา ในที่สุดคณะวิลลี่ก็มาถึงซอลท์เลค ที่นั่นพวกเขาได้รับการทักทายและการต้อนรับอย่างดีเข้าสู่บ้านของวิสุทธิชน

ในวันเดียวกัน คณะมาร์ตินยังอยู่บนเส้นทางย้อนไป 325 ไมล์ (523 กม.) ทนทุกข์ต่อไปกับความหนาวและอาหารที่ขาดแคลน ไม่กี่วันก่อนหน้านั้น พวกเขาข้ามแม่น้ำสวีทวอเตอร์ไปยังที่ซึ่งปัจจุบันเรียกว่าช่องผามาร์ตินส์โคฟ โดยหวังว่าจะป้องกันพวกเขาจากสภาพอากาศได้ ผู้บุกเบิกคนหนึ่งกล่าวว่า “มันเป็นการข้ามแม่น้ำที่เลวร้ายที่สุดในการเดินทาง” บางคนในคณะช่วยชีวิตนั้น—เช่น เดวิด แพทเท็น คิมบัลล์ คุณตาทวดของข้าพเจ้าที่เพิ่งอายุ 17 ปี กับเพื่อนหนุ่มของท่าน “จอร์จ ดับเบิลยู. แกรนท์, แอลเล็น ฮันทิงตัน, สตีเฟน เทย์เลอร์, และไอรา เนเบเกอร์—อยู่ในน้ำเย็นจัดหลายชั่วโมง” เพื่อช่วยเหลือเยี่ยงวีรบุรุษให้คณะรถลากข้ามแม่น้ำสวีทวอเตอร์

แม้เหตุการณ์นี้จะได้รับความสนใจอย่างมาก แต่เมื่อเรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับคณะช่วยชีวิต ข้าพเจ้าตระหนักว่าพวกเขาทุกคนกำลังทำตามศาสดาพยากรณ์และมีบทบาทสำคัญในการช่วยวิสุทธิชนที่ติดอยู่ให้รอด ทุกคนในคณะช่วยชีวิตเป็นวีรบุรุษเช่นเดียวกับผู้อพยพ

การศึกษาเรื่องราวของพวกเขาทำให้ข้าพเจ้าซาบซึ้งในความสัมพันธ์อันล้ำค่าและวิสัยทัศน์นิรันดร์ระยะยาวในหมู่ผู้อพยพ จอห์นและมาเรีย ลินฟอร์ด กับลูกชายสามคนเป็นสมาชิกในคณะวิลลี่ จอห์นตายหลายชั่วโมงก่อนผู้ช่วยชีวิตคณะแรกมาถึง เขาเคยบอกมาเรียว่าเขาดีใจที่ได้เดินทางมา “ผมคงจะไม่มีชีวิตรอดไปถึงซอลท์เลค” เขากล่าว “แต่คุณกับลูกๆ จะไปถึง และผมไม่เสียใจกับทุกสิ่งที่เราเจอ ถ้าลูกชายของเราจะได้เติบโตและเลี้ยงดูครอบครัวในไซอัน”

ประธานเจมส์ อี. เฟาสท์ให้บทสรุปที่ยอดเยี่ยมไว้ดังนี้: “ในความพยายามเยี่ยงวีรบุรุษของผู้บุกเบิกรถลาก เราเรียนรู้ความจริงสำคัญยิ่ง ทุกคนต้องผ่านไฟของคนถลุงแร่ สิ่งที่ไม่มีนัยสำคัญและไม่สลักสำคัญในชีวิตเราสามารถละลายหายไปเหมือนกากแร่ ทำให้ศรัทธาของเราเปล่งประกาย มั่นคง และแข็งแกร่ง ดูเหมือนว่าจะมีความทุกข์ทรมาน ความเศร้าโศก และความช้ำใจเต็มขนาดเกิดขึ้นบ่อยครั้งสำหรับทุกคน รวมทั้งคนที่หมายมั่นจะทำสิ่งที่ถูกต้องและซื่อสัตย์ แต่นี่คือส่วนหนึ่งของการกำจัดมลทินเพื่อให้รู้จักกับพระผู้เป็นเจ้า

ในการชดใช้และการฟื้นคืนพระชนม์ที่กำหนดความเป็นนิรันดรนั้น พระผู้ช่วยให้รอดทรงทำให้ “สายรัดแห่งความตายขาด, โดยทรงมีชัยชนะเหนือความตาย” เพื่อทุกคน สำหรับผู้กลับใจจากบาป พระองค์ “ทรงรับเอาความชั่วช้าสามานย์ของพวกเขาและการล่วงละเมิดของพวกเขามาไว้กับพระองค์เอง, โดยทรงไถ่พวกเขา, และทรงสนองข้อเรียกร้องแห่งความยุติธรรม”

หากปราศจากการชดใช้ เราไม่สามารถช่วยตนเองให้รอดจากบาปและความตายได้ แม้บาปอาจมีบทบาทสำคัญในความลำบากของเรา แต่ความทุกข์ยากในชีวิตถูกซ้ำเติมด้วยความผิดพลาด การตัดสินใจแย่ๆ การกระทำชั่วร้ายจากคนอื่น และอีกหลายอย่างที่เราควบคุมไม่ได้

สั่งสอนกิตติคุณของเรา สอนว่า: “เมื่อเราพึ่งพาพระเยซูคริสต์และการชดใช้ของพระองค์ พระองค์จะทรงช่วยให้เราอดทนต่อความลำบาก ความเจ็บป่วย และความเจ็บปวดของเราได้ เราจะเปี่ยมด้วยปีติ สันติ และความสบายใจ ความอยุติธรรมทั้งหลายในชีวิตจะแก้ไขได้ผ่านการชดใช้ของพระเยซูคริสต์”

ในช่วงเทศกาลอีสเตอร์นี้ เรามุ่งเน้นที่พระผู้ช่วยให้รอดและการพลีพระชนม์ชีพเพื่อการชดใช้ของพระองค์ การชดใช้ให้ความหวังและความสว่างในยามที่ดูมืดมนและหดหู่สำหรับหลายคน ประธานกอร์ดอน บี. ฮิงค์ลีย์ประกาศว่า “เมื่อสำรวจประวัติศาสตร์ทั้งหมดแล้ว … ไม่มีสิ่งใดยอดเยี่ยม สง่างาม และยิ่งใหญ่เท่าการแสดงพระคุณครั้งนี้”

ข้าพเจ้าขอแบ่งปันคำแนะนำสามข้อที่คิดว่าเกี่ยวข้องกับยุคของเราโดยเฉพาะ

ข้อแรก อย่าด้อยค่าความสำคัญของการทำสิ่งที่เราทำได้เพื่อช่วยคนอื่นจากความท้าทายทางร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางวิญญาณ

ข้อสอง ยอมรับการชดใช้ของพระผู้ช่วยให้รอดอย่างสำนึกคุณ เราทุกคนควรเพียรพยายามแสดงออกถึงปีติและความสุขแม้ขณะเผชิญความท้าทายในชีวิต เป้าหมายของเราควรเป็นการดำเนินชีวิตอย่างมองโลกในแง่ดีบนถนนฝั่งแดดกล้า ข้าพเจ้าสังเกตเห็นแมรีย์คู่ชีวิตที่รักของข้าพเจ้าทำอย่างนี้มาตลอดชีวิต ข้าพเจ้าชื่นชมวิธีการที่สดใสและยกระดับจิตใจของเธอ แม้ในยามที่เราประสบปัญหามาตลอดหลายปี

คำแนะนำข้อสามคือ กำหนดเวลาให้สม่ำเสมอเพื่อใคร่ครวญด้วยศรัทธาถึงการชดใช้ของพระผู้ช่วยให้รอด มีหลายวิธีให้ทำเช่นนี้ในการถือปฏิบัติส่วนตัวทางศาสนา แต่การเข้าร่วมประชุมศีลระลึกและการรับส่วนศีลระลึกมีนัยสำคัญเป็นพิเศษ

ที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเข้าพระวิหารเป็นประจำเมื่อทำได้ พระวิหารมอบความทรงจำต่อเนื่องเกี่ยวกับการชดใช้ของพระผู้ช่วยให้รอดและสิ่งที่การชดใช้เอาชนะ และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น การเข้าพระวิหารให้โอกาสเรามอบการช่วยชีวิตทางวิญญาณแก่คนตายที่เรารักและบรรพชนที่ห่างไกล

ประธานรัสเซลล์ เอ็ม. เนลสัน เน้นในการประชุมใหญ่ครั้งล่าสุดถึงหลักธรรมข้อนี้และเสริมว่า “พร [พระวิหาร] เหล่านี้ … ช่วยเตรียมผู้คนที่จะช่วยเตรียมโลกรับการเสด็จมาครั้งที่สองของพระเจ้า!”

เราต้องไม่ลืมการเสียสละและแบบอย่างของคนรุ่นก่อน แต่การยกย่องสรรเสริญ ความซาบซึ้ง และการนมัสการของเรา ควรมีศูนย์กลางอยู่ที่พระผู้ช่วยให้รอดของโลกและการพลีพระชนม์ชีพเพื่อการชดใช้ของพระองค์ ข้าพเจ้าเป็นพยานว่ากุญแจสู่แผนแห่งความสุขของพระบิดาคือการชดใช้ที่พระผู้ช่วยให้รอดพระเยซูคริสต์ทรงทำ พระองค์ทรงพระชนม์และทรงนำทางศาสนจักรของพระองค์ การชดใช้ของพระเยซูคริสต์ช่วยเราได้มากที่สุดจากความลำบากที่เราเผชิญในชีวิตนี้ ในพระนามของพระเยซูคริสต์ เอเมน

อ้างอิง

  1. พระวิหารแคสเปอร์ ไวโอมิง อุทิศเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ค.ศ. 2024

  2. ข้าพเจ้ารับรู้เรื่องราวของคณะวิลลี่กับมาร์ตินและเรื่องเศร้าที่พวกเขาเผชิญเมื่อข้าพเจ้ายังเด็กมาก เดวิด แพทเท็น คิมบัลล์ คุณตาทวดของข้าพเจ้าอยู่ในคณะที่ประธานบริคัม ยังก์ส่งไปจากหุบเขาซอลท์เลคเพื่อช่วยชีวิตวิสุทธิชนเหล่านี้ (ดู Saints: The Story of the Church of Jesus Christ in the Latter Days, vol. 2, No Unhallowed Hand, 1846–1893 [2020], 237.)

  3. แอลบิน เวเซลกา Between Storms [กลางพายุ], ภาพวาดต้นฉบับในพระวิหารแคสเปอร์ ไวโอมิง; (ดู “Casper Wyoming Temple Open House Commences,” Newsroom, Aug. 26, 2024, newsroom.ChurchofJesusChrist.org)

  4. ยามทุกข์หรือสุข โปรดทรงสถิตกับข้า! (“โปรดทรงสถิตกับข้า!,” เพลงสวด, บทเพลงที่ 77)

  5. จิม วิลค็อกซ์ Heaven’s Portal [ประตูสวรรค์], ภาพวาดต้นฉบับในพระวิหารแคสเปอร์ ไวโอมิง; (ดู “Casper Wyoming Temple Open House Commences,” newsroom.ChurchofJesusChrist.org)

  6. โจเซฟ บริกคีย์, Risen Hope [ฟื้นความหวัง], ภาพพิมพ์คุณภาพสูงของภาพต้นฉบับ (ดู “Casper Wyoming Temple Open House Commences,” newsroom.ChurchofJesusChrist.org)

  7. ดู William G. Hartley, “The Place of Mormon Handcart Companies in America’s Westward Migration Story,” The Annals of Iowa, vol. 65, nos. 2, 3 (Spring/Summer 2006), 107–9.

  8. Millen Atwood, “Account of His Mission,” Deseret News, Nov. 26, 1856, 300; อ้างใน Andrew D. Olsen and Jolene S. Allphin, Follow Me to Zion: Stories from the Willie Handcart Pioneers (2013), xi.

  9. คณะเกวียนฮอดเจ็ตส์และฮันต์เดินทางไม่ไกลจากคณะรถลากมาร์ตินและต้องได้รับการช่วยชีวิตเช่นกัน

  10. ส่วนใหญ่ในคณะวิลลี่ออกจากลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ ด้วยเรือ ธอร์นตัน เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ค.ศ. 1856 ส่วนใหญ่ในคณะมาร์ตินออกจากลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ ด้วยเรือ ฮอริซัน เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ค.ศ. 1856

  11. ดู “Handcart Camp Dedicated in Iowa as Historic Site,” Church News, Aug. 9, 1980, 3, 5.

  12. Brigham Young, “Remarks,” Deseret News, Oct. 15, 1856, 252; ปรับเครื่องหมายวรรคตอนให้ทันสมัย.

  13. Brigham Young, “Remarks,” 252.

  14. ดู Olsen and Allphin, Follow Me to Zion, 217.

  15. Mary Hurren, ใน Olsen and Allphin, Follow Me to Zion, 131.

  16. เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ค.ศ. 1994 ประธานกอร์ดอน บี. ฮิงค์ลีย์ อุทิศอนุสาวรีย์ร็อกครีกฮอลโลว์และยกย่องวิสุทธิชนผู้ซื่อสัตย์ที่ตายจากการเดินทางข้ามสันเขาร็อกกี (ดู Julie Dockstader Heaps, “Trail of Handcart Pioneers Sanctified by Sacrifice,” Church News, July 30, 1994, 8–9, 11) ประธานโรเบิร์ต สก็อตต์ โลริเมอร์ อยู่กับประธานฮิงค์ลีย์ในการอุทิศครั้งนั้น ในฐานะประธานสเตคริเวอร์ตัน ไวโอมิง เขามีบทบาทสำคัญในการระบุและดูแลการทำงานทางประวัติศาสตร์และทางวิญญาณสำหรับคนเหล่านั้นที่ประสบกับเรื่องเศร้า

  17. ดู James G. Willie emigrating company journal, Nov. 7, 1856, Church History Library, Salt Lake City.

  18. John Jaques, “Some Reminiscences,” Salt Lake Daily Herald, Dec. 15, 1878, 1.

  19. Saints, 2:237 คุณตาโครซิเออร์ ลูกชายของเดวิด แพทเท็น สอนบทเรียนสำคัญแก่ข้าพเจ้า ท่านเน้นว่าเดวิดกำลังทำตามศาสดาพยากรณ์ และเราควรทำตามคำแนะนำของศาสดาพยากรณ์ในยุคของเรา

  20. John Linford, ใน Golden C. Linford, Linford Family Heritage (1995), 214; ดู Val Parrish, “President’s Message,” Pioneer, vol. 71, no. 3 (Fall 2024), 1 ด้วย.

  21. James E. Faust, ใน “Faith in Every Footstep: The Epic Pioneer Journey” (วิดีโอนำเสนอในการประชุมใหญ่สามัญ, 6 เม.ย. 1997), Ensign, May 1997, 63.

  22. โมไซยาห์ 15:8

  23. โมไซยาห์ 15:9; ดู แอลมา 34:16 ด้วย

  24. ดู แอลมา 22:12-15

  25. สั่งสอนกิตติคุณของเรา: คู่มือแนะแนวการแบ่งปันพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ (2023), 56.

  26. กอร์ดอน บี. ฮิงค์ลีย์, “เรื่องราวมหัศจรรย์และเรื่องจริงของคริสต์มาส,” เลียโฮนา, ธ.ค. 2000, 4.

  27. ประธานโธมัส เอส. มอนสันทั้งสอนและดำเนินชีวิตตามหลักธรรมแห่งการช่วยชีวิต (ดู Teachings of Presidents of the Church: Thomas S. Monson [2020], 67–76)

  28. รัสเซลล์ เอ็ม. เนลสัน, “พระเจ้าพระเยซูคริสต์จะเสด็จมาอีกครั้ง,” เลียโฮนา, พ.ย. 2024, 121.