“สมาคมสงเคราะห์,” เรื่องราวในหลักคําสอนและพันธสัญญา (2024)
“สมาคมสงเคราะห์,” เรื่องราวในหลักคําสอนและพันธสัญญา
มีนาคม 1842
สมาคมสงเคราะห์
สตรีในนอวูรับใช้พระเจ้า
มาร์กาเร็ต คุกอาศัยอยู่ในนอวู เธอทํางานเย็บผ้าช่วยซาราห์ คิมบัลล์ ขณะทํางาน พวกเธอชอบคุยกันเรื่องพระวิหารแห่งใหม่ที่กำลังสร้างในนอวู พวกเธอตื่นเต้นกับพระวิหาร
วิสุทธิชน, 1:447
วันหนึ่งมาร์กาเร็ตสังเกตเห็นว่าชายหลายคนที่สร้างพระวิหารมีเสื้อผ้าเก่าและขาด เธอสงสัยว่าเธอกับซาราห์จะช่วยกันเย็บเสื้อตัวใหม่ให้ชายเหล่านั้นดีไหม ซาราห์ชอบความคิดนี้ เธอกับมาร์กาเร็ตคุยกับสตรีคนอื่นๆ ถึงการตั้งกลุ่มเพื่อช่วยเหลือคนงานเหล่านั้น
วิสุทธิชน, 1:447–48
ศาสดาพยากรณ์โจเซฟบอกว่าพระเจ้าพอพระทัยกับความคิดนั้น และทรงมีบางอย่างที่ดียิ่งกว่านั้นให้พวกเธอ โจเซฟเชิญสตรีเหล่านั้นมาพบในวันที่ 17 มีนาคม ค.ศ. 1842 เขาใช้สิทธิอํานาจฐานะปุโรหิตจัดตั้งกลุ่มสตรีของศาสนจักร พวกเธอตัดสินใจเรียกกลุ่มนี้ว่าสมาคมสตรีสงเคราะห์แห่งนอวู
วิสุทธิชน, 1:448, 450–51
โจเซฟขอให้สมาคมสงเคราะห์ช่วยผู้คนเตรียมพร้อมรับพรของพระวิหารและชีวิตนิรันดร์ พวกเธอควรเป็นแบบอย่างของการติดตามพระเยซู
วิสุทธิชน, 1:451
โจเซฟบอกด้วยว่าสมาคมสงเคราะห์ควรค้นหาคนยากจนเพื่อช่วยเหลือ แม้แต่สตรีที่ยากจนก็ต้องการช่วยเหลือคนขัดสน
วิสุทธิชน, 1:449
มีการจัดตั้งสมาคมสงเคราะห์ เอ็มมา สมิธได้รับเรียกเป็นประธาน เธอเรียกที่ปรึกษาสองคนคือซาราห์ คลีฟแลนด์ และแอน วิทนีย์ เธอเรียกเลขานุการคือเอไลซา อาร์. สโนว์ด้วย
วิสุทธิชน, 1:450
พระเจ้าทรงช่วยเอ็มมาทําการเรียกให้สำเร็จ เอ็มมาสอนบรรดาสตรีว่าพวกเธอสามารถทําสิ่งยิ่งใหญ่ในการรับใช้พระเจ้าได้ เธอต้องการให้สตรีทุกคนมองหาวิธีทําความดี เธอบอกว่าสิ่งสําคัญที่สุดคือรักผู้อื่นแบบที่พระเยซูทรงรัก สตรีหลายคนในนอวูเข้าร่วมสมาคมสงเคราะห์
หลักคำสอนและพันธสัญญา 25:3, 7; วิสุทธิชน, 1:451
พวกเธอช่วยผู้คนเตรียมรับพรของพระวิหารและช่วยหลายครอบครัวที่ขัดสนในนอวู นับแต่นั้นมา สตรีจากทั่วโลกได้เข้าร่วมสมาคมสงเคราะห์ พวกเธอยังคงรับใช้ผู้คนและช่วยให้ผู้คนได้รับพรพระวิหาร
วิสุทธิชน, 1:451