หนุ่มสาวรายสัปดาห์
ค้นพบการเป็นส่วนหนึ่งของพระวิหารอีกครั้ง
กุมภาพันธ์ 2026 เลียโฮนา


จาก หนุ่มสาวรายสัปดาห์

ค้นพบการเป็นส่วนหนึ่งของพระวิหารอีกครั้ง

ดิฉันไม่ได้ไปพระวิหารมาหลายปีแล้ว แต่ดิฉันหันไปหาพระผู้ช่วยให้รอดเพื่อช่วยให้ดิฉันมีค่าควรที่จะเข้าไปอีกครั้ง

พระวิหารโพรโวซิตีเซ็นเตอร์

ภาพถ่ายพระวิหารโพรโวซิตีเซ็นเตอร์ โดย เมแกน บาร์นัม

ฉันยืนอยู่ในห้องโถงขณะที่ปรึกษาที่สองในฝ่ายอธิการขอให้ดิฉันพูดในการประชุมศีลระลึกเกี่ยวกับความสำคัญของพระวิหาร ดิฉันก้มหน้าลงและแก้มเริ่มร้อนขึ้นเพราะความเขินอาย พลางขอพูดหัวข้ออื่นแทน ดิฉันไม่ได้เข้าพระวิหารมาหลายปีเพราะการเลือกในชีวิตที่ตัดดิฉันขาดจากพระบิดาบนสวรรค์ และไม่รู้สึกว่าตนเองมีคุณสมบัติคู่ควรที่จะพูดเกี่ยวกับพระวิหาร

หลังประสบการณ์นั้น พระวิหารก็เข้ามาในความคิดอยู่เสมอ และรู้สึกอยากจะไปที่นั่นมากขึ้น แต่ดิฉันยังต้องต่อสู้กับความรู้สึกไม่มีค่าควร ดิฉันรู้สึกกลัวว่าพระบิดาบนสวรรค์จะไม่ทรงต้องการให้ดิฉันอยู่ในพระนิเวศน์ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์

ก้าวสู่การเปลี่ยนแปลง

เมื่อการประชุมใหญ่สามัญใกล้เข้ามา ดิฉันฟังผู้พูดอย่างประหม่าโดยหวังว่าจะรู้สึกถึงสัญญาณที่จะบ่งบอกว่าพระผู้เป็นเจ้ายังทรงรักดิฉันอยู่แม้ดิฉันจะทำผิดพลาด นั่นคือสมัยที่ประธานดีเทอร์ เอฟ. อุคท์ดอร์ฟ เป็นที่ปรึกษาที่สองในฝ่ายประธานสูงสุด ท่านกล่าวว่า “ไม่สำคัญว่าชีวิตเราเคยพินาศมาแล้วเพียงใด ไม่สําคัญว่าบาปของเราจะสีแดงเข้มเพียงใด เรารู้สึกขมขื่นเพียงใด เราอ้างว้างเพียงใด เราโดดเดี่ยวเพียงใด หรือใจเราแหลกสลายเพียงใด … ไม่มีชีวิตใดจะแตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจนไม่อาจฟื้นฟูขึ้นมาใหม่”

ดิฉันรู้สึกชัดเจนว่าพระผู้เป็นเจ้าตรัสกับดิฉัน ดิฉันสงสัยมาหลายเดือนแล้วว่าจะกลับมาหาพระคริสต์ได้อย่างไร และข่าวสารการประชุมใหญ่นั้นคือการเรียกจากพระองค์ให้ดิฉันเปลี่ยนแปลงเพื่อเข้าไปในพระนิเวศน์ของพระองค์อีกครั้ง

ดิฉันไปพบอธิการเพื่อพูดคุยเรื่องการเข้าพระวิหารอีกครั้ง อธิการช่วยให้ดิฉันเข้าใจบทบาทของพระเยซูคริสต์ในชีวิตดิฉัน และการยอมรับการชดใช้ของพระองค์จะช่วยให้ดิฉันถวายภาระของความเจ็บปวดและบาปของตนแก่พระองค์ได้อย่างไร ดิฉันเริ่มสวดอ้อนวอนเพื่อทูลขอความเข้าใจ ความเข้มแข็ง และความอดทนกับตนเอง ดิฉันค่อยๆ เชื่อมต่อกับแสงสว่างของพระผู้ช่วยให้รอดอีกครั้งโดยวางใจพระผู้เป็นเจ้าเพิ่มขึ้นอีกนิดและทำให้ดีขึ้นเล็กน้อยในแต่ละวัน

การทำงานกับอธิการและการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับพระผู้ช่วยให้รอดทำให้ประจักษ์พยานของดิฉันเกี่ยวกับอัตลักษณ์ของตนในฐานะธิดาของพระบิดาบนสวรรค์ลึกซึ้งขึ้น ดิฉันเข้าใจว่าพระผู้ไถ่ผู้เป็นที่รักของดิฉันจะไม่มีวันขอให้ดิฉันแยกตัวจากพระองค์ แต่ซาตานจะพยายามทำให้ดิฉันรู้สึกเหมือนไม่เป็นส่วนหนึ่งของพระวิหาร ด้วยความรู้นี้ ในที่สุดดิฉันจึงรู้สึกพร้อมที่จะเข้าไปในพระนิเวศน์ของพระผู้เป็นเจ้าอีกครั้ง

การกลับไปพระวิหาร

ดิฉันเดินมุ่งไปที่พระวิหารเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีพร้อมกับใบรับรองที่พับเก็บอยู่ในมือ แล้วจู่ๆ ก็กังวลเรื่องสถานะของตนในพระนิเวศน์ของพระผู้เป็นเจ้า ยิ่งเข้าใกล้ประตูมากเท่าไร ดิฉันยิ่งรู้สึกลังเลมากขึ้นเท่านั้น ดิฉันจะดูตลกหรือน่าอายไหมที่ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนหรือต้องทำอะไร? ดิฉันแก่เกินไปที่จะไปพระวิหารเพื่อรับบัพติศมาไหม?

ผู้ชายที่แผนกต้อนรับยิ้มให้ขณะดิฉันเดินเข้าไป และต้อนรับดิฉันสู่พระวิหาร เช้าวันนั้นช่วยให้วิญญาณของดิฉันกระปรี้กระเปร่าเมื่อเจ้าหน้าที่พระวิหารทำให้มั่นใจว่าดิฉันคู่ควรอยู่ในพระนิเวศน์ของพระผู้เป็นเจ้า

เมื่อออกจากพระวิหาร เจ้าหน้าที่พระวิหารคนหนึ่งโบกมือให้ขณะดิฉันเดินไปตามโถงทางเดินเพื่อออกจากห้องบัพติศมา เขากระซิบด้วยน้ำเสียงเปี่ยมปีติว่า “ขอบคุณที่มาพระวิหารในวันนี้—เราต้องการคุณที่นี่!” ดิฉันสัญญากับเขาว่าจะกลับมาในสัปดาห์หน้าขณะตั้งตารอสัมผัสความอบอุ่นของพระวิหารอีกครั้ง

เนื่องจากอัตลักษณ์อันสูงส่งของเราในฐานะธิดาและบุตรของพระบิดาพระมารดาบนสวรรค์ เราแต่ละคนสามารถค้นพบว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งในพระวิหาร ไม่มีสิ่งใดกีดกันเราจากพระหัตถ์แห่งรักของพระผู้เป็นเจ้าได้ตลอดไปหากเราปรารถนาจะอยู่ในที่ประทับของพระองค์ พระองค์ทรงต้องการให้เราอยู่ที่นั่น และขณะที่เราย่างก้าวเล็กๆ เพื่อเป็นเหมือนพระผู้ช่วยให้รอดมากขึ้นทุกวัน เราจะสามารถจัดชีวิตของเราให้สอดคล้องกับพระองค์ได้และดำรงตนให้มีค่าควรเข้าพระวิหารเสมอ ดิฉันรู้ว่าเพราะการชดใช้ของพระเยซูคริสต์ เราสามารถเข้าไปในพระนิเวศน์ศักดิ์สิทธิ์ของพระผู้เป็นเจ้าและรับพรที่รอเราอยู่ข้างใน

และดังที่ดิฉันได้มีประสบการณ์มา พรเหล่านั้นคุ้มค่าสำหรับทุกสิ่ง

ผู้เขียนอาศัยอยู่ในยูทาห์ สหรัฐอเมริกา