ดิจิทัลเท่านั้น
บทเรียน 3 บทจากงานเผยแผ่ของฉันเกี่ยวกับการตั้งเป้าหมาย
การจดจ่ออยู่กับความพยายาม ความยืดหยุ่น และปีติในการเดินทาง—ไม่ใช่ตัวเลข—นํามาซึ่งความสุขและความสําเร็จที่แท้จริงสําหรับท่านและผู้ที่ท่านรับใช้
ฉันตั้งเป้าหมายได้ไม่ดีนักเมื่อโตขึ้น ฉันไม่เข้าใจจุดประสงค์จริงๆ แต่ฉันเรียนรู้ที่จะตั้งเป้าหมายที่เป็นจริงและซื่อสัตย์ขณะรับใช้งานเผยแผ่ในแดลลัส รัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา ตั้งแต่กลับบ้านในปี 2018 ฉันประยุกต์ใช้บทเรียนอันมีค่าสามบทเกี่ยวกับการตั้งเป้าหมายมาโดยตลอด
บทเรียนที่ 1: มุ่งเน้นความพยายามและการรับใช้
ในฐานะผู้สอนศาสนา ฉันตั้งเป้าหมายรายวันและประจําสัปดาห์กับคู่ที่เน้นจุดประสงค์ผู้สอนศาสนาของเรา เป้าหมายเหล่านี้เริ่มจากตัวเลข แต่เมื่อฉันเติบโตและเข้าใจมากขึ้นว่าเหตุใดเราจึงตั้งเป้าหมายเหล่านี้ ตัวเลขจะถูกแทนที่ด้วยชื่อที่เราสวดอ้อนวอนขอเป็นรายบุคคล
พระเจ้าทรงเห็นคุณค่าความพยายามของเราและทรงต้องการให้เรารับใช้ผู้อื่น จดจ่ออยู่กับการทุ่มเทและรับใช้ผู้อื่นในระหว่างนั้น และฝากผลลัพธ์ไว้กับพระเจ้า ดังที่กษัตริย์ลิมไฮแนะนําผู้คนของท่านว่า “จงเงยหน้าขึ้น, และชื่นชมยินดีเถิด, และมอบความไว้วางใจของท่านในพระผู้เป็นเจ้า” (โมไซยาห์ 7:19) แทนที่จะตั้งเป้าหมายอ่านสัปดาห์ละ 50 ข้อ การตั้งเป้าหมายหมั่นศึกษาพระคัมภีร์ทุกวันโดยพยายามแบ่งปันข้อคิดกับผู้อื่นอาจมีประสิทธิภาพมากกว่า
บทเรียนที่ 2: น้อมรับความยืดหยุ่นและการกระตุ้นเตือนของพระวิญญาณ
หลายครั้งในงานเผยแผ่ของฉัน เราตั้งเป้าหมายที่ไม่เพียงขึ้นอยู่กับความพยายามของเราเท่านั้นแต่ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ผู้อื่นเต็มใจทําด้วย บทที่ 8 ของ สั่งสอนกิตติคุณของเรา: คู่มือแนะแนวการแบ่งปันพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ สอนเกี่ยวกับการตั้งเป้าหมายแบบนี้่ว่า: “ท่านบรรลุเป้าหมาย [หนึ่งอย่าง] หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับสิทธิ์เสรีของผู้อื่น แต่จงทําสิ่งที่อยู่ในการควบคุมของท่านให้สําเร็จ”
ฉันเรียนรู้ที่จะยืดหยุ่นและทําตามพระวิญญาณทั้งกับเป้าหมายและประสบการณ์ประจําวัน มีหลายวันที่เราคาดหวังให้บรรลุเป้าหมายบางอย่าง—แต่สิ่งต่างๆ ล้มเหลว แต่ละครั้งพระวิญญาณทรงช่วยนําทางเราไปหาโอกาสใหม่ๆ เพื่อบรรลุจุดประสงค์ผู้สอนศาสนาและช่วยเหลือผู้อื่น สถานการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น และพระวิญญาณทรงสามารถนําทางท่านให้เปลี่ยนแนวทางในเกือบทุกสถานการณ์
บทเรียนที่ 3: พบปีติในการเดินทาง ไม่ใช่แค่จุดหมายปลายทาง
ในช่วงเริ่มต้นงานเผยแผ่ ฉันรู้ว่างานเผยแผ่เกี่ยวข้องกับการเติบโตและการรับใช้ ไม่เกี่ยวกับจํานวนบัพติศมา แต่ฉันซึมซับเรื่องนี้หลังจากเรียนรู้ที่จะมีความสุขขณะทํางานให้บรรลุเป้าหมาย ไม่ใช่เพียงเมื่อบรรลุเป้าหมายนั้น เป้าหมายไม่ควรนํามาซึ่งความพึงพอใจที่เส้นชัยเท่านั้น การเดินทาง เพื่อบรรลุเป้าหมายควรนํามาซึ่งปีติและจุดประสงค์เช่นกัน
ตัวอย่างของเป้าหมายประเภทนี้คือการพยายามพัฒนาอุปนิสัยเหมือนพระคริสต์ผ่านการรับใช้ทุกวัน ท่านจะพบสัมฤทธิผลในผลกระทบต่อผู้อื่น ไม่ใช่แค่ในการทําเครื่องหมายในช่อง “เวลาที่รับใช้” ของท่าน ฉันเรียนรู้สิ่งนี้ขณะรับใช้ผู้คนที่เทกซัสในงานเผยแผ่ของฉัน
พระเจ้าทรงปรารถนาให้เรา “ทํางานอย่างทุ่มเทในอุดมการณ์ดี, และทําสิ่งสารพันด้วยเจตจํานงอิสระ [ของเรา], และทําให้เกิดความชอบธรรมยิ่ง” (หลักคําสอนและพันธสัญญา 58:27; ดู ข้อ 26–29 ด้วย) บทเรียนเหล่านี้ช่วยให้ฉันเข้าใจวิธี “ทํางานอย่างทุ่มเทในอุดมการณ์ดี” ผ่านการตั้งเป้าหมายและบรรลุเป้าหมาย