สดุดี 49–51; 61–66; 69–72; 77–78; 85–86: บทเรียนที่ 105
สดุดี 61–86
“ขอเงี่ยพระกรรณฟังคําอธิษฐานของข้าพระองค์”
ไปที่ “การศึกษาพระคัมภีร์” เพื่อช่วยเตรียมตัวท่านทางวิญญาณให้พร้อมเรียนรู้
นึกถึงช่วงเวลาในชีวิตเมื่อท่านต้องการเข้าใกล้พระบิดาบนสวรรค์มากขึ้น สดุดีเป็นเหมือนคําสวดอ้อนวอนจากใจจริงที่แสดงให้เราเห็นวิธีเข้าเฝ้าพระผู้เป็นเจ้าด้วยศรัทธา การสวดอ้อนวอนเป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่ช่วยให้ทุกคนทูลขอการปลอบโยน ความเข้มแข็ง หรือการนําทางจากพระผู้เป็นเจ้า เราสามารถเรียนรู้ที่จะใช้การสวดอ้อนวอนให้ดียิ่งขึ้นเช่นเดียวกับทักษะอื่นๆ บทเรียนนี้จะช่วยให้ท่านสื่อสารกับพระบิดาบนสวรรค์อย่างมีความหมายมากขึ้นผ่านการสวดอ้อนวอน
ศึกษาพระคัมภีร์
ส่วนที่ยากที่สุดในการทําความเข้าใจประโยคต่อไปนี้คืออะไร?
-
“Discere linguas est vitam amplificare.”
ท่านอาจไม่เข้าใจประโยคนั้น เว้นแต่ท่านพูดภาษาละติน การพยายามสื่อสารในภาษาต่างประเทศอาจเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่ดังที่วลีนี้สอนว่า “การเรียนรู้ภาษาคือการขยายชีวิตให้กว้างขึ้น”
ประธานดัลลิน เอช. โอ๊คส์ แห่งฝ่ายประธานสูงสุดสอนดังนี้:
ชายหญิงที่ต้องการแสดงความคารวะจะใช้เวลาเรียนรู้ภาษาเฉพาะของการสวดอ้อนวอน … บุคคลใช้เวลาหลายชั่วโมงฝึกฝนทักษะการสื่อสารในสื่ออื่นๆ เช่น บทกวีหรือร้อยแก้ว ดนตรีร้องหรือดนตรีบรรเลง และแม้แต่ภาษาของการเข้าถึงคอมพิวเตอร์ พี่น้องทั้งหลาย อย่างน้อยวิธีทูลพระบิดาบนสวรรค์ในการสวดอ้อนวอนก็สําคัญเท่าๆ กัน (“The Language of Prayer,” Liahona, May 1993, 18)
ส่วนสําคัญอย่างหนึ่งของการเรียนรู้ภาษาใดๆ คือการฟังคนที่พูดภาษานั้นได้ดี เพลงสดุดีหลายบทเป็นบทสวดอ้อนวอนที่บันทึกไว้ ท่านสามารถเรียนรู้วิธีสื่อสารอย่างมีความหมายมากขึ้นในคําสวดอ้อนวอนของท่านโดยสังเกตอย่างถี่ถ้วนว่าผู้เขียนสดุดีเข้าเฝ้าพระผู้เป็นเจ้าอย่างไร
พิจารณาคําตอบของท่านต่อคําถามต่อไปนี้ในใจ:
-
ท่านจะคิดว่าการสวดอ้อนวอนของท่านจะรอบคอบหรือหละหลวมมากขึ้นหรือไม่? เพราะเหตุใด?
-
ท่านจะได้รับพรอย่างไรถ้าการสวดอ้อนวอนของท่านรอบคอบและมีความหมายมากขึ้น?
สดุดีหลายบทเป็นการสวดอ้อนวอนจากใจจริงที่ให้ตัวอย่างของการเข้าเฝ้าพระบิดาบนสวรรค์ด้วยศรัทธาอันอ่อนน้อมถ่อมตน ขณะท่านศึกษาสดุดีเหล่านี้ จงไวต่อความคิดและความรู้สึกจากพระวิญญาณบริสุทธิ์เกี่ยวกับวิธีสื่อสารกับพระบิดาบนสวรรค์อย่างมีความหมายมากขึ้นผ่านการสวดอ้อนวอน
ขณะที่ท่านอ่านข้อต่อไปนี้ ให้มองหาคําหรือวลีสั้นๆ ที่สําคัญที่สุดในแต่ละข้อ จากนั้น ให้แท็กคําหรือวลีอย่างน้อยสองคําหรือวลีที่ท่านพบว่าเป็น “การสวดอ้อนวอน”
-
สดุดี 55:16–17
-
สดุดี 61:1–3
-
สดุดี 63:1–7
-
สดุดี 69:13–18
-
สดุดี 86:3–12
ทบทวนคําและวลีที่ท่านแท็ก ให้ตอบคําถามต่อไปนี้จากสิ่งที่ท่านเรียนรู้ลงในสมุดบันทึกของท่าน:
-
ฉันควรสวดอ้อนวอนพระบิดาบนสวรรค์เมื่อใด?
-
เจตคติของฉันควรเป็นอย่างไรเมื่อเข้าเฝ้าพระบิดาบนสวรรค์ในการสวดอ้อนวอน?
ทบทวนตัวเลือกการศึกษาต่อไปนี้ ทําอย่างน้อยหนึ่งตัวเลือกให้เสร็จสิ้น
ตัวเลือก ก
ฉันจะสวดอ้อนวอนด้วยความรักและความคารวะต่อพระบิดาบนสวรรค์ได้อย่างไร?
ส่วนสําคัญของแต่ละภาษาคือนํ้าเสียง เมื่อเราพูดภาษาของการสวดอ้อนวอน นํ้าเสียงจะแตกต่างจากที่เราใช้พูดกับเพื่อนและครอบครัว
ประธานดัลลิน เอช. โอ๊คส์ แห่งฝ่ายประธานสูงสุดสอนว่า:
ภาษาเฉพาะของการสวดอ้อนวอนมีรูปแบบแตกต่างกันไปในภาษาต่างๆ แต่มีหลักการเดียวกัน เราควรกล่าวคําสวดอ้อนวอนถึงพระบิดาบนสวรรค์ด้วยถ้อยคําที่ผู้พูดภาษานั้นจะพูดด้วยความรัก ความเคารพ ความคารวะ และความสนิทสนม …
… เราหวังว่าจะปฏิบัติตามคําสอนของพระผู้ช่วยให้รอด “แต่เมื่อพวกท่านอธิษฐาน อย่าพูดพล่อยๆ ซํ้าซาก เหมือนบรรดาคนต่างชาติเพราะเขาคิดว่าพูดมากหลายคํา พระจึงจะโปรดฟัง” [มัทธิว 6:7; ดู 3 นีไฟ 13:7 ด้วย] คําสวดอ้อนวอนของเราควรเรียบง่าย ตรงไปตรงมา และจริงใจ (“The Language of Prayer,” Liahona, May 1993, 16)
นึกถึงภาษาที่ท่านใช้ในการสวดอ้อนวอนและภาษานั้นสะท้อนความรู้สึกของท่านที่มีต่อพระบิดาบนสวรรค์อย่างไร เหตุใดการใช้ภาษาที่มีความเคารพและความคารวะในการสวดอ้อนวอนของท่านจึงเป็นสิ่งสําคัญ?
พระเยซูคริสต์ทรงเป็นแบบอย่างของความรักและความคารวะต่อพระบิดาบนสวรรค์ในการสวดอ้อนวอน
อ่าน มัทธิว 6:5–13 จากนั้นตอบคําถามต่อไปนี้ลงในสมุดบันทึกของท่าน:
-
ท่านเรียนรู้อะไรจากคําสอนและแบบอย่างของพระผู้ช่วยให้รอดที่ส่งผลต่อวิธีที่ท่านสวดอ้อนวอน?
-
การสวดอ้อนวอนด้วยใจจริงเป็นพรแก่ชีวิตท่านอย่างไร?
ตัวเลือก ข
ฉันจะทําให้การสวดอ้อนวอนมีความหมายมากขึ้นได้อย่างไร?
เอ็ลเดอร์เดวิด เอ. เบดนาร์ แห่งโควรัมอัครสาวกสิบสองกล่าวว่า:
ข้าพเจ้าเป็นพยานว่าการสวดอ้อนวอนจะมีความหมายมากขึ้นเมื่อเราปรึกษากับพระเจ้าในการกระทําทุกอย่างของเรา เมื่อเราแสดงความขอบพระทัยอย่างจริงใจ และเมื่อเราสวดอ้อนวอนเพื่อผู้อื่นด้วยเจตนาที่แท้จริงและด้วยความจริงใจ
ข้าพเจ้ากล่าวคําพยานว่าพระบิดาบนสวรรค์ทรงพระชนม์และพระองค์ทรงฟังและทรงตอบคําสวดอ้อนวอนที่จริงใจทุกครั้ง (“สวดอ้อนวอนเสมอ,” เลียโฮนา, พ.ย. 2008, 51)
สร้างแผนภาพต่อไปนี้ในสมุดบันทึกหรือเอกสาร Word ของท่าน บันทึกคําตอบของคําถามในภาพกราฟิก
รับรู้ว่าสิ่งที่ท่านบันทึกไว้เป็นสิ่งที่ท่านสามารถเริ่มประยุกต์ใช้ได้ตั้งแต่วันนี้ หากท่านทําได้ ท่านอาจถ่ายรูปกราฟิกเพื่อจดจําสิ่งที่ท่านจดไว้
แบ่งปันประจักษ์พยานของท่านกับคนที่ท่านรู้จักเกี่ยวกับวิธีสวดอ้อนวอนพระบิดาบนสวรรค์อย่างมีความหมาย ท่านอาจทําสิ่งนี้ด้วยการพบกัน ทางโทรศัพท์ หรือส่งโน้ตหรือข้อความ ท่านอาจเลือกใครสักคนที่จะได้ประโยชน์จากการเรียนรู้เกี่ยวกับการสวดอ้อนวอนที่มีความหมาย
แบ่งปันความคิดของท่าน
จุดประสงค์ของบทเรียน: เพื่อช่วยให้ท่านสื่อสารกับพระบิดาบนสวรรค์อย่างมีความหมายมากขึ้นผ่านการสวดอ้อนวอน
แบ่งปันสิ่งต่อไปนี้อย่างน้อยหนึ่งข้อ กับครูหรือชั้นเรียนของท่าน:
-
สิ่งที่ท่านเรียนรู้จากแบบอย่างของพระผู้ช่วยให้รอดและพรที่ท่านได้รับจากการสวดอ้อนวอน
-
คําตอบของท่านสําหรับคําถามในแผนภาพหรือประสบการณ์ของท่านในการแบ่งปันประจักษ์พยานเกี่ยวกับการสวดอ้อนวอน
-
บางสิ่งที่เฉพาะเจาะจงที่ท่านได้ทําเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ของบทเรียนนี้
-
คําถามที่มีเมื่อท่านศึกษาบทเรียนนี้ ท่านจะพยายามหาคําตอบให้กับคําถามของท่านอย่างไร?