2010–2019
พระบิดา
ตุลาคม 2018


10:18

พระบิดา

เราแต่ละคนมีศักยภาพที่จะเป็นเหมือนพระบิดา เพื่อเป็นเช่นนั้น เราต้องนมัสการพระบิดาในพระนามของพระบุตร

ตลอดชีวิตของเมลินดาภรรยาข้าพเจ้า เธอพยายามสุดหัวใจที่จะเป็นสานุศิษย์ที่ซื่อสัตย์ของพระเยซูคริสต์ ทว่าในวัยเยาว์ เธอรู้สึกไม่คู่ควรกับความรักและพรของพระบิดาบนสวรรค์เพราะเข้าใจพระลักษณะของพระองค์ผิด โชคดีที่เมลินดายังคงรักษาพระบัญญัติแม้จะรู้สึกเศร้าใจ ไม่กี่ปีก่อน เธอมีประสบการณ์ต่อเนื่องที่ช่วยให้เข้าใจพระลักษณะของพระผู้เป็นเจ้าดีขึ้น รวมถึงความรักที่ทรงมีต่อบุตรธิดาและความซาบซึ้งพระทัยที่เราพยายามทำงานของพระองค์แม้จะยังบกพร่อง

เธออธิบายว่าเรื่องนี้มีผลต่อเธออย่างไร “ตอนนี้ดิฉันรู้สึกมั่นใจว่าแผนของพระบิดาได้ผล พระองค์ทรงลงทุนในความสำเร็จของเรา ทรงจัดเตรียมบทเรียนและประสบการณ์ที่เราต้องมีเพื่อกลับไปที่ประทับของพระองค์ ดิฉันมองตนเองและผู้อื่นเหมือนพระผู้เป็นเจ้าทรงมองเรามากขี้น ดิฉันสามารถเป็นแม่ สอน และรับใช้ด้วยความรักมากขึ้นและกลัวน้อยลง ดิฉันรู้สึกสงบและมั่นใจแทนที่จะกังวลและไม่มั่นใจ ดิฉันรู้สึกถึงการสนับสนุนแทนที่จะรู้สึกว่าถูกตัดสิน ศรัทธาของดิฉันแน่ชัดมากขึ้น ดิฉันรู้สึกถึงความรักของพระบิดาบ่อยขึ้นและลึกซึ้งขึ้น”1

การมี “ความคิดที่ ถูกต้อง เกี่ยวกับพระอุปนิสัย ความดีพร้อม และพระคุณลักษณะ [ของพระบิดาบนสวรรค์]” จำเป็นต่อการใช้ศรัทธาให้มากพอจะได้ความสูงส่ง2 การเข้าใจพระอุปนิสัยของพระบิดาบนสวรรค์อย่างถูกต้องจะเปลี่ยนวิธีที่เรามองตนเองและผู้อื่น ช่วยให้เราเข้าใจความรักที่พระผู้เป็นเจ้าทรงมีต่อบุตรธิดาและความปรารถนาจะทรงช่วยให้เราเป็นเหมือนพระองค์ ทัศนะที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับพระลักษณะของพระองค์จะทำให้เรารู้สึกประหนึ่งเราไม่สามารถกลับไปที่ประทับของพระองค์ได้

วัตถุประสงค์วันนี้คือ สอนประเด็นสำคัญจากหลักคำสอนเกี่ยวกับพระบิดาที่ช่วยให้เราแต่ละคน โดยเฉพาะคนที่สงสัยว่าพระผู้เป็นเจ้าทรงรักพวกเขาหรือไม่ เข้าใจพระอุปนิสัยแท้จริงของพระองค์ดีขึ้นและใช้ศรัทธามากขึ้นในพระองค์ พระบุตรของพระองค์ และแผนสำหรับเรา

ชีวิตก่อนเกิด

ในโลกก่อนเกิด เราเกิดทางวิญญาณจากพระบิดาพระมารดาบนสวรรค์และอยู่กับพระองค์เป็นครอบครัว3 พระองค์ทรงรู้จักเรา ทรงสอนเรา และรักเรา4 เราต้องการเป็นเหมือนพระบิดาบนสวรรค์มาก แต่เพื่อเป็นเช่นนั้น เรายอมรับว่าเราต้องทำดังนี้

  1. ได้รับร่างกายที่เป็นอมตะและมีรัศมีภาพ5

  2. แต่งงานและสร้างครอบครัวโดยอำนาจการผนึกของฐานะปุโรหิต6 และ

  3. ได้ความรู้ อำนาจ และคุณลักษณะแห่งสวรรค์ทั้งหมด7

ด้วยเหตุนี้ พระบิดาจึงทรงสร้างแผนโดยมีเงื่อนไขให้เรา8 ได้รับร่างกายที่จะเป็นอมตะและมีรัศมีภาพในการฟื้นคืนชีวิต แต่งงานและสร้างครอบครัวในความเป็นมรรตัย หรือหลังจากความเป็นมรรตัยสำหรับคนซื่อสัตย์ที่ไม่มีโอกาสนี้9 ก้าวหน้าสู่ความดีพร้อม กลับไปหาพระบิดาพระมารดาบนสวรรค์ อยู่กับพระองค์และครอบครัวเราในสภาพของความสูงส่งและความสุขนิรันดร์10

พระคัมภีร์เรียกสิ่งนี้ว่าแผนแห่งความรอด11 เราสำนึกคุณเมื่อเสนอแผนนี้ต่อเรา เราโห่ร้องด้วยความยินดี12 เราแต่ละคนยอมรับเงื่อนไขของแผน รวมทั้งประสบการณ์และความท้าทายของชีวิตนี้ที่จะช่วยเราพัฒนาคุณลักษณะแห่งสวรรค์13

ชีวิตมรรตัย

ในระหว่างชีวิตนี้ พระบิดาบนสวรรค์ทรงจัดเตรียมเงื่อนไขให้เราก้าวหน้าในแผนของพระองค์ พระบิดาทรงให้กำเนิดพระเยซูคริสต์ในเนื้อหนัง14 และจัดเตรียมความช่วยเหลือให้พระองค์มีสัมฤทธิผลในพันธกิจมรรตัย พระบิดาบนสวรรค์จะทรงช่วยเราแต่ละคนเช่นกันถ้าเราจะพยายามรักษาพระบัญญัติ15 พระบิดาประทานสิทธิ์เสรีแก่เรา16 ชีวิตเราอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ และ “วันเวลา [ของเรา] จะเป็นที่รู้” และ “จะไม่นับให้น้อยลง”17 พระองค์ทรงรับรองว่าสุดท้ายแล้วทุกอย่างจะเกิดผลดีสำหรับคนที่รักพระองค์18

พระบิดาบนสวรรค์ประทานอาหารประจำวันแก่เรา19 ซึ่งรวมถึงอาหารที่เรากินและความเข้มแข็งที่เราต้องมีเพื่อรักษาพระบัญญัติ20 พระบิดาทรงมอบของประทานที่ดี21 ทรงได้ยินและทรงตอบคำสวดอ้อนวอนของเรา22 ทรงปลดปล่อยเราจากความชั่วเมื่อเรายอม23 ทรงกันแสงเมื่อเราเป็นทุกข์24 สุดท้าย พรทั้งหมดของเรามาจากพระบิดา25

พระบิดาบนสวรรค์ทรงนำทางและประทานประสบการณ์ที่เราต้องมีตามความเข้มแข็ง ความอ่อนแอ และการเลือกของเราเพื่อเราจะออกผลดี26 พระบิดาทรงตีสอนเราเมื่อจำเป็นเพราะทรงรักเรา27 พระองค์ทรงเป็น “มหาบุรุษแห่งคำปรึกษา”28 ผู้จะทรงให้คำปรึกษากับเราถ้าเราทูลขอ29

พระบิดาบนสวรรค์ทรงส่งทั้งอิทธิพลและของประทานแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์เข้ามาในชีวิตเรา30 โดยผ่านของประทานแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ รัศมีภาพ—หรือความรู้แจ้ง ความสว่าง และพลังอำนาจ—ของพระบิดาจะสถิตในเราได้31 ถ้าเราจะพยายามเพิ่มพูนความสว่างและความจริงจนดวงตาของเราเห็นแก่รัศมีภาพของพระผู้เป็นเจ้าอย่างเดียว พระบิดาบนสวรรค์จะทรงส่งพระวิญญาณศักดิ์สิทธิ์แห่งคำสัญญามาผนึกเรากับชีวิตนิรันดร์และเผยพระพักตร์ต่อเรา—ไม่ชีวิตนี้ก็ชีวิตหน้า32

ชีวิตหลังความตาย

ในโลกวิญญาณหลังความตาย พระบิดาบนสวรรค์ยังคงประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์และส่งผู้สอนศาสนาไปหาคนที่ต้องการพระกิตติคุณ ทรงตอบคำสวดอ้อนวอนและทรงช่วยให้คนที่ขาดได้รับศาสนพิธีแห่งความรอด33

พระบิดาทรงยกพระเยซูคริสต์และประทานอำนาจให้พระองค์ฟื้นคืนพระชนม์34 ซึ่งเป็นวิธีที่เราได้รับร่างกายอมตะ การไถ่และการฟื้นคืนพระชนม์ของพระผู้ช่วยให้รอดนำเรากลับไปที่ประทับของพระบิดาเพื่อรับการพิพากษาจากพระเยซูคริสต์35

คนที่วางใจใน “พระคุณความดี, และพระเมตตา, และพระคุณของพระเมสสิยาห์ผู้บริสุทธิ์”36 จะได้รับร่างกายที่มีรัศมีภาพเหมือนพระบิดา37 และพำนักกับพระองค์ “ในสภาพแห่งความสุขอันไม่รู้จบ”38 ที่นั่น พระบิดาจะทรงเช็ดน้ำตาของเราทุกคน39 ทรงช่วยให้เราเดินทางต่อไปเพื่อเป็นเหมือนพระองค์

ตามที่ท่านเห็น พระบิดาบนสวรรค์ทรงอยู่ที่นั่นเสมอ40

พระอุปนิสัยของพระบิดา

เพื่อเป็นเหมือนพระบิดา เราต้องพัฒนาลักษณะนิสัยให้เหมือนพระองค์ ความดีพร้อมและพระคุณลักษณะของพระบิดาบนสวรรค์มีดังนี้

  • พระบิดาคือ “อนันตและนิรันดร์”41

  • พระองค์ทรงเพียบพร้อมด้วยความเที่ยงธรรม เมตตา กรุณา อดกลั้น และทรงต้องการเพียงให้เราได้สิ่งดีที่สุด42

  • พระบิดาบนสวรรค์ทรงเป็นความรัก43

  • พระองค์ทรงรักษาพันธสัญญา44

  • พระองค์ไม่ทรงเปลี่ยนแปลง45

  • พระองค์ไม่ทรงมุสา46

  • พระบิดาไม่ทรงลำเอียง47

  • พระองค์ทรงทราบทุกอย่าง—อดีต ปัจจุบัน และอนาคต—นับจากกาลเริ่มต้น48

  • พระบิดาบนสวรรค์ทรงรู้แจ้ง49 มากกว่าเราทุกคน50

  • พระบิดาทรงมีเดชานุภาพทั้งปวง51 และทรงทำทั้งหมดที่พระองค์ทรงตั้งพระทัยจะทำ52

พี่น้องทั้งหลาย เราสามารถไว้ใจและวางใจพระบิดาได้ เพราะพระบิดาบนสวรรค์ทรงมองไกลถึงนิรันดร พระองค์จึงทรงเห็นสิ่งที่เรามองไม่เห็น ปีติ งาน และรัศมีภาพของพระองค์คือทำให้เกิดความเป็นอมตะและความสูงส่งของเรา53 ทุกอย่างที่ทรงทำล้วนทำเพื่อประโยชน์ของเรา พระองค์ทรง “ต้องการให้ [เรา] มีความสุขนิรันดร์มากกว่า [เรา] ต้องการ”54 และ “จะไม่ทรงเรียกร้องให้ [เรา] ประสบชั่วขณะของความยากลำบากมากเกินจำเป็นเพื่อประโยชน์ [ของเรา] และคนที่ [เรา] รัก”55 ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงมุ่งหมายจะช่วยให้เราก้าวหน้า ไม่ใช่ตัดสินและประณามเรา56

การเป็นเหมือนพระบิดาของเรา

ในฐานะบุตรธิดาทางวิญญาณ เราแต่ละคนมีศักยภาพที่จะเป็นเหมือนพระบิดา เพื่อเป็นเช่นนั้น เราต้องนมัสการพระบิดาในพระนามของพระบุตร57 เราทำสิ่งนี้โดยพยายามเชื่อฟังพระประสงค์ของพระบิดาดังที่พระผู้ช่วยให้รอดทรงเชื่อฟัง58 และโดยกลับใจตลอดเวลา59 เมื่อเราทำสิ่งเหล่านี้ เราจะ “ได้รับพระคุณแทนพระคุณ” จนกว่าเราจะได้รับความบริบูรณ์ของพระบิดา60 และได้รับการประสาทพรด้วย “พระอุปนิสัย ความดีพร้อม และพระคุณลักษณะของพระองค์”61

ขณะพิจารณาความแตกต่างระหว่างสิ่งที่มนุษย์เราเป็นกับสิ่งที่พระบิดาบนสวรรค์ทรงเป็น ไม่แปลกที่บางคนจะรู้สึกว่าพวกเขาไม่สามารถเป็นเหมือนพระบิดาได้ กระนั้นก็ตาม พระคัมภีร์ชัดเจน ถ้าเราจะแนบสนิทในศรัทธาต่อพระคริสต์ กลับใจ และแสวงหาพระคุณของพระผู้เป็นเจ้าผ่านการเชื่อฟัง สุดท้ายเราจะเป็นเหมือนพระบิดา ข้าพเจ้าอบอุ่นใจมากกับข้อเท็จจริงที่ว่าคนที่พยายามเชื่อฟังจะ “ได้รับ พระคุณแทนพระคุณ” และ “ได้รับ ความสมบูรณ์แห่งพระองค์” ในที่สุด62 กล่าวอีกนัยหนึ่งคือเราจะไม่เหมือนพระบิดาด้วยตัวเราเอง 63 แต่ของประทานแห่งพระคุณ บ้างก็ยิ่งใหญ่แต่ส่วนใหญ่เล็กน้อยจะเสริมสร้างกันจนเรามีความสมบูรณ์ แต่พี่น้องทั้งหลาย ความสมบูรณ์จะมาแน่นอน!

ข้าพเจ้าเชื้อเชิญให้ท่านวางใจว่าพระบิดาบนสวรรค์ทรงทราบวิธียกเราให้สูงส่ง จงขอความช่วยเหลือจากพระองค์ทุกวัน และมุ่งหน้าด้วยศรัทธาในพระคริสต์แม้เมื่อท่านไม่รู้สึกถึงความรักของพระผู้เป็นเจ้า

มีมากมายที่เราไม่เข้าใจเกี่ยวกับการเป็นเหมือนพระบิดา64 แต่ข้าพเจ้าเป็นพยานได้ด้วยความมั่นใจว่าการพยายามเป็นเหมือนพระบิดาคุ้มกับการเสียสละทุกอย่าง65 การเสียสละที่เราทำในความเป็นมรรตัย ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่เพียงใด ไม่อาจเทียบได้กับปีติ ความสุข และความรักสุดคณานับที่เราจะรู้สึกในที่ประทับของพระผู้เป็นเจ้า66 ถ้าท่านไม่เชื่อว่าทั้งหมดนั้นคุ้มกับการเสียสละที่ขอให้ท่านทำ พระผู้ช่วยให้รอดตรัสกับท่านว่า “เจ้ายังไม่เข้าใจว่าพระบิดาทรงมีพรสำคัญยิ่งเพียงใด … เตรียมไว้ให้เจ้า; … เจ้าไม่อาจทนทุกสิ่งได้ขณะนี้; กระนั้นก็ตาม, จงรื่นเริงเถิด, เพราะเราจะนำทางเจ้าไป”67

ข้าพเจ้าเป็นพยานว่าพระบิดาบนสวรรค์ทรงรัก ท่าน และทรงต้องการให้ ท่าน อยู่กับพระองค์อีกครั้ง ในพระนามของพระเยซูคริสต์ เอเมน

อ้างอิง

  1. บันทึกในครอบครองของผู้เขียน; ดู D. Melinda Ashton, “The Holy Ghost: Direction, Correction, and Warning” (Brigham Young University Women’s Conference, Apr. 28, 2016), byutv.org ด้วย.

  2. Lectures on Faith (1985), 38.

  3. ดู “ครอบครัว: ถ้อยแถลงต่อโลก,” เลียโฮนา, พ.ค. 2017, 145; “Mother in Heaven,” Gospel Topics, topics.lds.org.

  4. อัครสาวกเปาโลบอกว่าเรารู้จักพระบิดาดีจนจิตวิญญาณเรายังอยากเรียกพระองค์ว่า อับบา ซึ่งหมายถึง “พ่อ” คำที่สงวนไว้ใช้กับบิดาที่เราคุ้นเคยอย่างยิ่ง (ดู โรม 8:15)

  5. ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 130:22.

  6. ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 132:19–20.

  7. ดู มัทธิว 5:48; ดู 2 เปโตร 1:3–8 ด้วย.

  8. เงื่อนไขเหล่านี้รวมถึงการรักษาสถานะแรกของเรา (ดู อับราฮัม 3:26) และจากนั้นในความเป็นมรรตัย ใช้ศรัทธาในพระเยซูคริสต์และการชดใช้ของพระองค์ กลับใจ รับบัพติศมาโดยลงไปในน้ำทั้งตัวโดยผู้ดำรงอำนาจฐานะปุโรหิตของพระผู้เป็นเจ้า รับของประทานแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ และอดทนจนกว่าชีวิตจะหาไม่ (ดู 3 นีไฟ 27:16–20).

  9. ประธานดัลลิน เอช. โอ๊คส์สอนว่า “บางคนที่ฟังข่าวสารนี้อาจจะพูดว่า ‘แล้วฉันล่ะ’ เรารู้ว่าวิสุทธิชนยุคสุดท้ายที่ยอดเยี่ยมและมีค่าควรหลายคนในปัจจุบันขาดโอกาสอันดีเลิศและข้อกำหนดที่จำเป็นต่อความก้าวหน้าของพวกเขา ความเป็นโสด การไม่มีบุตร ความตาย และการหย่าร้างทำลายอุดมคติและเลื่อนสัมฤทธิผลของพรที่สัญญาไว้ … สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นชั่วคราว พระเจ้าทรงสัญญาว่าในนิรันดรจะไม่มีพรใดถูกปฏิเสธจากบุตรธิดาที่รักษาพระบัญญัติ ซื่อตรงต่อพันธสัญญา และปรารถนาสิ่งถูกต้อง” (“The Great Plan of Happiness,” Ensign, Nov. 1993, 75).

  10. ดู โมไซยาห์ 2:41.

  11. ดู แอลมา 42:5; เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าแผนแห่งการไถ่ (ดูตัวอย่างใน เจคอบ 6:8) และแผนแห่งความสุข (ดู แอลมา 42:8, 16).

  12. ดู โยบ 38:4–7.

  13. ดูตัวอย่างใน ฮีบรู 5:8; 12:11; อีเธอร์ 12:27. ความท้าทายบางอย่างที่เราประสบในความเป็นมรรตัยอย่างน้อยในตอนแรกด้วยความเข้าใจที่จำกัดของเราอาจดูเหมือนว่าความท้าทายเหล่านั้นขัดขวางไม่ให้เราได้รับพรบางอย่างที่สัญญาไว้และเราหวังมากที่สุด แม้จะมีข้อขัดแย้งเหล่านี้ แต่พระผู้เป็นเจ้าจะประทานพรทุกประการที่สัญญาไว้กับเราถ้าเราซื่อสัตย์.

  14. ดู ลูกา 1:31–35; ยอห์น 1:14; 1 นีไฟ 11:18–21; คู่มือพระคัมภีร์, “พระเยซูคริสต์,” scriptures.lds.org.

  15. ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 93:4–5, 16–17, 19–20.

  16. ดู โมเสส 7:32.

  17. หลักคำสอนและพันธสัญญา 122:9.

  18. ดู โรม 8:28.

  19. ดู มัทธิว 6:11.

  20. ดู เอ็น. เอ็ลดัน แทนเนอร์, “The Importance of Prayer,” Ensign, May 1974, 50–53.

  21. ดู ลูกา 11:10–13; ยากอบ 1:17.

  22. ดู ลูกา 11:5–10; งานแปลของโจเซฟ สมิธ, ลูกา 11:5–6 (ในลูกา 11:5, เชิงอรรถ a); 3 นีไฟ 13:6.

  23. ดู มัทธิว 6:13.

  24. ดู โมเสส 7:31–40.

  25. ดู ยากอบ 1:17.

  26. ดู ยอห์น 15:1–2; หลักคำสอนและพันธสัญญา 122:6–7.

  27. ดู ฮีบรู 12:5–11; หลักคำสอนและพันธสัญญา 95:1.

  28. โมเสส 7:35.

  29. ดู แอลมา 37:12, 37.

  30. ดู ยอห์น 14:26; 2 นีไฟ 31:12.

  31. ดู ยอห์น 17:21–23, 26; หลักคำสอนและพันธสัญญา 93:36.

  32. ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 76:53; 88:67–68.

  33. ดู 1 เปโตร 4:6. เอ็ลเดอร์เมลวิน เจ.บัลลาร์ดกล่าวถึงสาเหตุที่ชายคนหนึ่งรับบัพติศมาเข้าร่วมศาสนจักรว่า “ข้าพเจ้าทราบมาว่าบรรพชนของเขาในโลกวิญญาณยอมรับพระกิตติคุณเมื่อหลายปีก่อนและสวดอ้อนวอนขอให้บางคนในครอบครัวของพวกเขาบนแผ่นดินโลกเปิดประตูให้พวกเขา คำสวดอ้อนวอนของพวกเขาได้รับคำตอบ พระเจ้าทรงนำผู้สอนศาสนาไปที่บ้านของชายผู้นี้” (ใน Melvin R. Ballard, Melvin J. Ballard, Crusader for Righteousness [1966], 250).

  34. ดู มอรมอน 7:5–6; ดู ยอห์น 5:21, 26; 1 โครินธ์ 6:14; 2 นีไฟ 9:11–12; แอลมา 40:2–3; 3 นีไฟ 27:14ด้วย.

  35. ดู ยอห์น 5:22; เจคอบ 6:9; แอลมา 11:44; ฮีลามัน 14:15–18. การชดใช้ของพระคริสต์เอาชนะผลทั้งหมดของการตกของอาดัม รวมถึงความตายทางร่างกายและทางวิญญาณ ซึ่งต้องเอาชนะทั้งสองอย่างเพื่อเราจะได้กลับไปที่ประทับของพระบิดาบนสวรรค์ คนที่กลับใจจากบาปจะอยู่กับพระบิดาและพระบุตรในนิรันดร แต่คนที่ไม่กลับใจจะทนทุกข์กับความตายที่สอง ซึ่งเกิดขึ้นเพราะบาปของพวกเขาเอง (ดู ฮีลามัน 14:15–18).

  36. 2 นีไฟ 2:8.

  37. ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 76:56; 88:28–29.

  38. โมไซยาห์ 2:41.

  39. ดู วิวรณ์ 7:17.

  40. ดู โมเสส 7:30. พระบิดาบนสวรรค์ยังทรงดูแลและจัดเตรียมให้คนเหล่านั้นในอาณาจักรเทอร์เรสเตรียลผ่านการปฏิบัติของพระเยซูคริสต์และคนอื่นๆ ในซีเลสเชียล (ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 76:77, 87) และคนในอาณาจักรทีเลสเชียลผ่านการปฏิบัติของพระวิญญาณบริสุทธิ์และเหล่าเทพ (ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 76:86, 88).

  41. โมเสส 7:35; ดู สดุดี 90:2 ด้วย.

  42. ดู สดุดี 103:6–8; ลูกา 6:36; โมเสส 7:30 ด้วย.

  43. ดู 1 ยอห์น 4:16.

  44. ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 84:40.

  45. ดู ยากอบ 1:17.

  46. ดู กันดารวิถี 23:19.

  47. ดู กิจการ 10:34–35.

  48. ดู 1 นีไฟ 9:6; หลักคำสอนและพันธสัญญา 130:7.

  49. Dictionary.com นิยาม ความรู้แจ้ง ว่า “ความสามารถในการเรียนรู้ ใช้เหตุผล เข้าใจ และรูปแบบคล้ายกันของกิจกรรมทางจิต; ความถนัดในการเข้าใจความจริง ความสัมพันธ์ ข้อเท็จจริง ความหมาย ฯลฯ” และ “ความรู้.”

  50. ดู อับราฮัม 3:19. พระเยซูคริสต์ผู้ทรงดีพร้อมและมีรัศมีภาพทรงรู้แจ้งกว่าเราทุกคน.

  51. ดู วิวรณ์ 21:22.

  52. ดู อับราฮัม 3:17.

  53. ดู โมเสส 1:39.

  54. ดู ริชาร์ดจี. สก็อตต์, “จงวางใจในพระเจ้า,” เลียโฮนา, ม.ค. 1996, 17.

  55. ดู ริชาร์ด จี. สก็อตต์, “จงวางใจในพระเจ้า,” 17.

  56. ดู ยอห์น 5:22; โมเสส 1:39. ซาตานและเราประณามตัวเราเอง (ดู วิวรณ์ 12:10; แอลมา 12:14).

  57. ดู ยอห์น 4:23; หลักคำสอนและพันธสัญญา 18:40; 20:29.

  58. ดู 3 นีไฟ 11:11; หลักคำสอนและพันธสัญญา 93:11–19.

  59. การกลับใจเป็นขั้นตอนที่เราใช้เปลี่ยนธรรมชาติวิสัยของเราเพื่อเป็นเหมือนพระผู้เป็นเจ้า ด้วยเหตุนี้เราจึงควรกลับใจตลอดเวลา ไม่เพียงกลับใจเมื่อเรา “ทำบางอย่างผิด” เท่านั้น

  60. ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 93:19–20.

  61. Lectures on Faith, 38; ดู โมโรไน 7:48; 10:32–33; หลักคำสอนและพันธสัญญา 76:56, 94–95; 84:33–38 ด้วย.

  62. หลักคำสอนและพันธสัญญา 93:20; เน้นตัวเอน.

  63. ดู โมโรไน 10:32–33; หลักคำสอนและพันธสัญญา 76:69, 94–95.

  64. เหตุใดพระผู้เป็นเจ้าไม่สามารถหรือจะไม่ทรงเปิดเผยมากขึ้นเกี่ยวกับขั้นตอนของการเป็นเหมือนพระองค์ ข้าพเจ้าไม่ทราบเหตุผลทั้งหมด แต่อย่างน้อยมีสองเหตุผลที่ข้าพเจ้าเข้าใจ ข้อแรกคือบางอย่างไม่สามารถเข้าใจได้ในสภาพมรรตัยของเรา (ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 78:17) อาจจะเหมือนกับการพยายามอธิบายเรื่องอินเทอร์เน็ตให้คนที่อยู่ในยุคกลาง เพียงแต่ไม่มีบริบทและมุมมอง สองคือของประทานแห่งพระคุณบ่อยครั้งมาถึงเราเพราะเราต้องเจ็บปวดและดิ้นรนผ่านความไม่รู้

  65. การเสียสละที่ขอให้เราทำอาจจำเป็นต่อการบรรลุความดีพร้อม (ดู งานแปลของโจเซฟ สมิธ, ฮีบรู 11:40 [ใน ฮีบรู 11:40, เชิงอรรถ a]).

  66. ดู โรม 8:18.

  67. หลักคำสอนและพันธสัญญา 78:17–18.