2000–2009
การรวมอิสราเอลที่กระจัดกระจาย
ตุลาคม 2006


14:52

การรวมอิสราเอลที่กระจัดกระจาย

เราช่วยรวบรวมผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกทั้งสองด้านของม่าน

พี่น้องที่รักทั้งหลาย ขอบคุณสำหรับศรัทธา การอุทิศตน และความรักของท่าน เรามีความรับผิดชอบใหญ่หลวงร่วมกันในการเป็นคนที่พระเจ้าทรงประสงค์ให้เราเป็นและทำสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ให้เราทำ เราเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการสำคัญยิ่ง นั่นคือการรวบรวมอิสราเอลที่กระจัดกระจาย วันนี้ข้าพเจ้าขอพูดถึงหลักคำสอนนี้ซึ่งมีความสำคัญเป็นพิเศษในแผนนิรันดร์ของพระผู้เป็นเจ้า

พันธสัญญาแห่งอับราฮัม

ในสมัยโบราณ พระเจ้าทรงอวยพรท่านบิดาอับราฮัมด้วยสัญญาว่าจะทำให้ลูกหลานของท่านเป็นผู้คนที่พระองค์ทรงเลือก ข้อที่อ้างถึงพันธสัญญานี้มีอยู่ทั่วพระคัมภีร์ และมีคำสัญญาด้วยว่าพระบุตรของพระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาทางเชื้อสายของอับราฮัม เชื้อสายท่านจะได้รับผืนแผ่นดินที่แน่นอนเป็นมรดก ประชาชาติและตระกูลของแผ่นดินโลกจะได้รับพรผ่านพงศ์พันธุ์ของท่าน และคำสัญญาอื่นๆ แม้พันธสัญญาบางด้านเกิดสัมฤทธิผลแล้ว แต่พระคัมภีร์มอรมอนสอนว่าพันธสัญญาแห่งอับราฮัมจะเกิดสัมฤทธิผลในยุคสุดท้ายนี้เท่านั้น! และยังเน้นด้วยว่าเราอยู่ในบรรดาผู้คนแห่งพันธสัญญาของพระเจ้า สิทธิพิเศษของเราคือการมีส่วนร่วมด้วยตนเองในสัมฤทธิผลของคำสัญญาเหล่านี้ น่าตื่นเต้นเหลือเกินที่ได้อยู่ในยุคสุดท้ายนี้!

อิสราเอลกระจัดกระจายไป

ในฐานะผู้สืบตระกูลของอับราฮัม เผ่าอิสราเอลโบราณเข้าถึงสิทธิอำนาจฐานะปุโรหิตและพรของพระกิตติคุณ แต่พวกเขากบฏในท้ายที่สุด พวกเขาฆ่าศาสดาพยากรณ์และถูกพระเจ้าลงโทษ สิบเผ่าถูกพาไปเป็นเชลยในอัสซีเรีย จากที่นั่นพวกเขาหายไปจากบันทึกของมนุษยชาติ (เห็นได้ชัดว่าสิบเผ่าไม่ได้สูญหายไปจากพระเจ้า) สองเผ่าที่เหลือยังอยู่แค่ช่วงเวลาสั้นๆ จากนั้นเพราะการกบฏ พวกเขาจึงถูกจับไปเป็นเชลยในบาบิโลน เมื่อกลับมา พวกเขาเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า แต่ไม่ให้เกียรติพระองค์เช่นเคย พวกเขาปฏิเสธและใส่ร้ายพระองค์ พระบิดาที่ทรงรักแต่เศร้าพระทัยทรงปฏิญาณว่า “เราจะให้พวกเจ้ากระจัดกระจายไปอยู่ท่ามกลางบรรดาประชาชาติ” และพระองค์ทรงทำให้พวกเขากระจัดกระจาย—ไปในบรรดาประชาชาติ

พระองค์จะทรงรวบรวมอิสราเอล

คำสัญญาของพระผู้เป็นเจ้าสำหรับการรวบรวมอิสราเอลหนักแน่นพอกัน ตัวอย่างเช่น อิสยาห์มองเห็นล่วงหน้าว่าในยุคสุดท้ายพระเจ้าจะทรงส่ง “ผู้สื่อสารที่รวดเร็ว” ไปยังผู้คนที่ “[กระจัดกระจายและถูกกะเทาะ]”

คำสัญญาเรื่องการรวบรวมนี้ที่พบหลายข้อทั่วพระคัมภีร์จะเกิดสัมฤทธิผลแน่นอนเท่าๆ กับคำพยากรณ์เรื่องการกระจัดกระจายของอิสราเอล

ศาสนจักรของพระเยซูคริสต์ในความเรืองโรจน์แห่งเวลาและการละทิ้งความเชื่อ

ก่อนการตรึงกางเขน พระเจ้าพระเยซูคริสต์ทรงสถาปนาศาสนจักรของพระองค์ รวมทั้งอัครสาวก ศาสดาพยากรณ์ สาวกเจ็ดสิบ ผู้สอน และอื่นๆ พระอาจารย์ทรงส่งสาวกของพระองค์ไปสั่งสอนพระกิตติคุณของพระองค์ในโลก

หลังจากนั้นศาสนจักรที่พระเจ้าทรงสถาปนาตกอยู่ในความเสื่อมถอยทางวิญญาณ คำสอนของพระองค์ถูกปรับเปลี่ยน ศาสนพิธีของพระองค์ถูกเปลี่ยนแปลง การละทิ้งความเชื่อครั้งใหญ่เกิดขึ้นตามที่เปาโลบอกไว้ล่วงหน้า ท่านรู้ว่าพระเจ้าจะไม่เสด็จมาอีกครั้ง “จนกว่าจะมีการกบฏเสียก่อน”

การละทิ้งความเชื่อครั้งใหญ่นี้เป็นไปตามแบบที่ทำให้สมัยการประทานก่อนๆ สิ้นสุดลง การละทิ้งความเชื่อครั้งแรกอยู่ในสมัยของอาดัม การละทิ้งความเชื่อต่อจากนั้นเกิดขึ้นในสมัยการประทานของเอโนค โนอาห์ อับราฮัม โมเสส และคนอื่นๆ ศาสดาพยากรณ์แต่ละท่านมีงานมอบหมายจากสวรรค์ให้สอนเรื่องความเป็นพระเจ้าและหลักคำสอนของพระเจ้าพระเยซูคริสต์ ในแต่ละสมัยคำสอนเหล่านี้มีไว้ช่วยเหลือผู้คน แต่การไม่เชื่อฟังของพวกเขาส่งผลให้เกิดการละทิ้งความเชื่อ ด้วยเหตุนี้สมัยการประทานก่อนๆ ทั้งหมดจึงถูกจำกัดด้วยเวลาและสถานที่ ถูกจำกัดด้วยเวลาเพราะแต่ละสมัยการประทานสิ้นสุดลงด้วยการละทิ้งความเชื่อ ถูกจำกัดด้วยสถานที่เพราะเกิดในส่วนที่ค่อนข้างเล็กของแผ่นดินโลก

การฟื้นฟูของสิ่งทั้งปวง

ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องมีการฟื้นฟูที่สมบูรณ์ พระผู้เป็นเจ้าพระบิดาและพระเยซูคริสต์ทรงเรียกท่านศาสดาพยากรณ์โจเซฟ สมิธเป็นศาสดาพยากรณ์ของสมัยการประทานนี้ อำนาจจากสวรรค์ทั้งหมดของสมัยการประทานก่อนๆ ได้รับการฟื้นฟูผ่านท่าน สมัยการประทานความสมบูรณ์แห่งเวลานี้จะไม่ถูกจำกัดด้วยเวลาหรือสถานที่ จะไม่สิ้นสุดลงด้วยการละทิ้งความเชื่อ และจะเต็มโลก

การรวบรวมอิสราเอล—ส่วนประกอบสำคัญของการฟื้นฟูสิ่งทั้งปวง

ตามที่เปโตรและเปาโลพยากรณ์ไว้ สิ่ง ทั้งปวง จะได้รับการฟื้นฟูในสมัยการประทานนี้ ด้วยเหตุนี้การรวบรวมอิสราเอลที่กระจัดกระจายซึ่งรอคอยมานานจึงต้องเกิดขึ้น อันเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูนั้น และจำเป็นต้องเกิดขึ้นก่อนการเสด็จมาครั้งที่สองของพระเจ้า

หลักคำสอนเรื่องการรวบรวมเป็นหนึ่งในคำสอนสำคัญของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย พระเจ้าทรงประกาศว่า “เราให้เครื่องหมายแก่เจ้า … เมื่อเราจะรวม, ผู้คนของเรา, จากการกระจัดกระจายอันยาวนานของพวกเขา, โอ้เชื้อสายแห่งอิสราเอล, และจะสถาปนาไซอันของเราในบรรดาพวกเขาอีก” การออกมาของพระคัมภีร์มอรมอนเป็นเครื่องหมายต่อโลกว่าพระเจ้าทรงเริ่มรวบรวมอิสราเอลแล้วและทำให้พันธสัญญาที่ทรงทำไว้กับอับราฮัม อิสอัค และยาโคบเกิดสัมฤทธิผล เราไม่เพียงสอนหลักคำสอนนี้เท่านั้น แต่เรามีส่วนร่วมด้วย เรามีส่วนร่วมขณะช่วยรวบรวมผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกทั้งสองด้านของม่าน

พระคัมภีร์มอรมอนเป็นศูนย์กลางของงานนี้ สิ่งนี้ประกาศหลักคำสอนเรื่องการรวบรวม สิ่งนี้ทำให้ผู้คนเรียนรู้เกี่ยวกับพระเยซูคริสต์ เชื่อพระกิตติคุณของพระองค์ และเข้าร่วมศาสนจักรของพระองค์ อันที่จริง หากไม่มีพระคัมภีร์มอรมอน การรวบรวมอิสราเอลที่สัญญาไว้จะไม่เกิดขึ้น

นามอันทรงเกียรติของ อับราฮัม สำคัญต่อเรา หลายข้อในพระคัมภีร์ของการฟื้นฟูกล่าวถึงชื่อนี้มากกว่าในพระคัมภีร์ไบเบิล มีการเชื่อมโยงอับราฮัมกับสมาชิกทุกคนของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย พระเจ้าทรงยืนยันพันธสัญญาแห่งอับราฮัมอีกครั้งในสมัยของเราผ่านศาสดาพยากรณ์โจเซฟ สมิธ ในพระวิหารเราได้รับพรสูงสุดของเราเฉกเช่นพงศ์พันธุ์ของอับราฮัม อิสอัค และยาโคบ

สมัยการประทานความสมบูรณ์แห่งเวลา

พระผู้เป็นเจ้าทรงเห็นล่วงหน้าว่าสมัยการประทานความสมบูรณ์แห่งเวลาเป็นเวลารวบรวมทั้งในสวรรค์และบนแผ่นดินโลก เปโตรรู้ว่าจะมีการฟื้นฟูหลังจากช่วงเวลาของการละทิ้งความเชื่อ เปโตรอยู่กับพระเจ้าบนภูเขาแห่งการเปลี่ยนสภาพ ท่านประกาศว่า

“เพราะ‍ฉะนั้น ท่าน‍ทั้ง‍หลายจงกลับ‍ใจและหันมา‍หาพระ‍เจ้า เพื่อที่ว่าความผิด‍บาปของพวก‍ท่านจะได้รับการลบ‍ล้าง เพื่อวาระแห่งการฟื้นชื่นจะได้มาจากพระพักตร์พระเจ้า …

“พระ‍องค์นั้นจะต้องอยู่ในสวรรค์จน‍กว่าจะถึงวาระแห่งการฟื้น‍ฟูสรรพ‍สิ่ง ตามที่พระ‍เจ้าตรัสไว้โดยปากของบรร‌ดาผู้‍เผย‍พระ‍วจนะบริ‌สุทธิ์ของพระ‍องค์ตั้ง‍แต่กาล‍โบ‌ราณมา”

ในสมัยปัจจุบัน พระเจ้าทรงส่งอัครสาวกเปโตร ยากอบ และยอห์นมาพร้อม “กุญแจแห่งอาณาจักร [ของพระองค์], และสมัยการประทานแห่งพระกิตติคุณเพื่อเวลาสุดท้าย; และเพื่อความสมบูรณ์แห่งเวลา,” ซึ่งในนี้พระองค์จะทรง “รวบรวมสรรพสิ่งทั้งปวงไว้เป็นหนึ่งเดียว, ทั้งที่อยู่ในสวรรค์, และที่อยู่บนแผ่นดินโลก”

ในปี 1830 ศาสดาพยากรณ์โจเซฟ สมิธเรียนรู้จากทูตสวรรค์ชื่อเอลีอัสผู้ครอบครองกุญแจที่ทำให้เกิด “การฟื้นฟูของสิ่งทั้งปวง”

หกปีต่อมาพระวิหารเคิร์ทแลนด์ได้รับการอุทิศ หลังจากพระเจ้าทรงยอมรับพระนิเวศน์ศักดิ์สิทธิ์นั้น ทูตสวรรค์มาพร้อมกุญแจฐานะปุโรหิต โมเสสปรากฏ “และมอบหมาย … กุญแจทั้งหลายของการรวบรวมอิสราเอลจากสี่ส่วนของแผ่นดินโลก, และการนำเผ่าทั้งสิบมาจากแผ่นดินทางเหนือ.

“หลังจากนี้, เอลีอัสมาปรากฏ, และมอบหมายการประทานพระกิตติคุณสมัยอับราฮัมโดยกล่าวว่า ในพวกเราและพงศ์พันธุ์ของเราคนทุกรุ่นต่อจากเราจะได้รับพร”

ต่อจากนั้นศาสดาพยากรณ์เอลียาห์มาประกาศว่า “ดูเถิด, เวลามาถึงโดยสมบูรณ์แล้ว, ซึ่งพูดไว้โดยปากของมาลาคี—โดยเป็นพยานว่าจะทรงส่งท่าน [เอลียาห์] มา, ก่อนวันสำคัญยิ่งและน่าพรั่นพรึงของพระเจ้าจะมาถึง—เพื่อหันใจบรรพบุรุษมาหาลูกหลาน, และลูกหลานมาหาบรรพบุรุษ, เกลือกทั้งแผ่นดินโลกจะถูกลงทัณฑ์ด้วยคำสาปแช่ง”

เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นวันที่ 3 เมษายน ค.ศ. 1836 และด้วยเหตุนี้จึงทำให้คำพยากรณ์ของมาลาคีเกิดสัมฤทธิผล กุญแจศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายของสมัยการประทานนี้ได้รับการฟื้นฟู

การรวบรวมจิตวิญญาณในอีกด้านหนึ่งของม่าน

ด้วยพระเมตตา คำเชื้อเชิญให้ “มาหาพระคริสต์” จึงขยายไปถึงคนที่ตายโดยปราศจากความรู้เรื่องพระกิตติคุณได้เช่นกัน การเตรียมส่วนหนึ่งของพวกเขาต้องอาศัยความพยายามของคนอื่นๆ บนโลกนี้ เรารวบรวมแผนภูมิสืบสกุล สร้างบันทึกกลุ่มครอบครัว และทำงานพระวิหารแทนคนตายเพื่อรวบรวมแต่ละบุคคลมาหาพระเจ้าและครอบครัวของพวกเขา

มีส่วนร่วมในการรวบรวม: คำมั่นสัญญาโดยพันธสัญญา

บนโลกนี้งานเผยแผ่ศาสนาสำคัญยิ่งต่อการรวบรวมอิสราเอล โดยจะนำพระกิตติคุณไปให้ “แกะหลงของวงศ์‍วานอิสรา‌เอล” ก่อน เพราะฉะนั้นผู้รับใช้ของพระเจ้าจึงออกไปประกาศการฟื้นฟู ในหลายประเทศผู้สอนศาสนาของเราค้นหาเหล่าอิสราเอลที่กระจัดกระจายเหล่านั้น พวกเขาล่าคนเหล่านั้น “ตามซอกหิน” และหาคนเหล่านั้นเหมือนหาปลาในสมัยโบราณ

การเลือกมาหาพระคริสต์ไม่ใช่เรื่องของที่ตั้งทางกายภาพ แต่เป็นเรื่องของคำมั่นสัญญาส่วนตัว เราสามารถนำผู้คน “มาสู่ความรู้เรื่องพระเจ้า” โดยพวกเขาไม่ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอน จริงที่ว่าในยุคแรกของศาสนจักร การเปลี่ยนใจเลื่อมใสมักจะหมายถึงการโยกย้ายถิ่นฐานด้วย แต่ตอนนี้การรวบรวมเกิดขึ้นในแต่ละประเทศ พระเจ้าทรงประกาศิตการสถาปนาไซอัน ในแต่ละเขตแดนที่พระองค์ประทานการเกิดและสัญชาติแก่วิสุทธิชนของพระองค์ พระคัมภีร์บอกล่วงหน้าว่าพระองค์ “จะทรงรวม [ผู้คน] กลับบ้านไปสู่ผืนแผ่นดินแห่งมรดกของพวกเขา, และจะทรงสถาปนาขึ้นในผืนแผ่นดินแห่งคำสัญญาทั้งหมดของพวกเขา” “ทุกประเทศเป็นสถานที่รวบรวมผู้คนของประเทศนั้น” สถานที่รวบรวมวิสุทธิชนชาวบราซิลอยู่ในบราซิล สถานที่รวบรวมวิสุทธิชนชาวไนจีเรียอยู่ในไนจีเรีย สถานที่รวบรวมวิสุทธิชนชาวเกาหลีอยู่ในเกาหลี เป็นต้น ไซอันคือ “ผู้มีใจบริสุทธิ์” คือที่ซึ่งวิสุทธิชนคนชอบธรรมอยู่ เวลานี้สิ่งพิมพ์ การสื่อสาร และที่ประชุมทำให้สมาชิกเกือบทั้งหมดเข้าถึงหลักคำสอน กุญแจ ศาสนพิธี และพรของพระกิตติคุณ ไม่ว่าพวกเขาอยู่ที่ใด

ความมั่นคงทางวิญญาณมักขึ้นอยู่กับว่าคนนั้นดำเนินชีวิต อย่างไร ไม่ใช่ดำเนินชีวิตอยู่ ที่ใด วิสุทธิชนทุกแผ่นดินมีสิทธิ์รับพรของพระเจ้าเท่าเทียมกัน

งานนี้ของพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพเป็นความจริง พระองค์ทรงพระชนม์ พระเยซูคือพระคริสต์ นี่คือศาสนจักรของพระองค์ ได้รับการฟื้นฟูเพื่อให้บรรลุจุดหมายอันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนจักร รวมถึงการรวบรวมอิสราเอลที่ทรงสัญญาไว้ ประธานกอร์ดอน บี. ฮิงค์ลีย์เป็นศาสดาพยากรณ์ของพระผู้เป็นเจ้าในปัจจุบัน ข้าพเจ้าเป็นพยานในพระนามของพระเยซูคริสต์ เอเมน

  1. ดู ปฐมกาล 12:1–2; ค&พ. 132:29–32; อับราฮัม 2:6–11.

  2. ดู ปฐมกาล 26:1–4, 24, 28; 35:9–13; 48:3–4; ยอห์น 8:33, 39; กิจการของอัครทูต 3:25; 1 นีไฟ 17:40; 2 นีไฟ 29:14; เจคอบ 5; อีเธอร์ 13:7–8; ค&พ. 52:2.

  3. ดูตัวอย่างใน 1 นีไฟ 15:12–18.

  4. ดู 1 นีไฟ 14:14; 15:14; 2 นีไฟ 30:2; โมไซยาห์ 24:13; 3 นีไฟ 29:3; มอรมอน 8:15; ค&พ. 133:26–34.

  5. เผ่าเลวีจัดเตรียมปุโรหิตในบรรดาผู้คนและไม่นับเป็นเผ่าหรือไม่ได้รับมรดกเกี่ยวกับเผ่า บุตรสองคนของโยเซฟคือมนัส‌เสห์กับเอฟ‌รา‌อิมได้รับที่ดินเป็นมรดก และถูกนับอยู่ในบรรดาเผ่าต่างๆ แทนโยเซฟบิดาของพวกเขา ด้วยเหตุนี้จึงมีสิบสองเผ่าคงเดิม

  6. เลวีนิติ 26:33; ดู เยเรมีย์ 9:16 ด้วย.

  7. ดู ปฐมกาล 22:16–18; 3 นีไฟ 20–22; อับราฮัม 2:10–11.

  8. อิสยาห์ 18:2, 7.

  9. ดู เลวีนิติ 26:44; เฉลยธรรมบัญญัติ 4:27–31; 28; 29; 30:2–5; เนหะมีย์ 1:9; อิสยาห์ 11:11–12; เยเรมีย์ 31:7–8, 10–12; เอเสเคียล 37:21–22; อาโมส 9:14–15; มัทธิว 24:31; เจคอบ 6:2; ดู Russell M. Nelson, “The Exodus Repeated,” Liahona, Apr. 2002, 30–39; Ensign, July 1999, 6–13 ด้วย.

  10. ดู ลูกา 10:1, 17; เอเฟซัส 4:11; หลักแห่งความเชื่อ 1:6.

  11. ดู มัทธิว 28:19–20; มาระโก 16:15.

  12. 2 เธสะโลนิกา 2:3. “การกบฏ” แปลจาก apostasia ในภาษากรีก หมายถึง “การละทิ้งความเชื่อ”

  13. ดู ค&พ. 128:18; 132:45.

  14. ดู อิสยาห์ 27:6.

  15. ดู 1 นีไฟ 15:18; ดู ปกหน้าด้านในของพระคัมภีร์มอรมอน, ย่อหน้า 2 ด้วย.

  16. ดู ค&พ. 133:17.

  17. 3 นีไฟ 21:1.

  18. ดู ปฐมกาล 12:2–3; 26:3–4; 35:11–12; และหัวบทของ 3 นีไฟ 21; 29.

  19. หลักคำสอนเกี่ยวกับการกระจัดกระจายและการรวบรวมเชื้อสายแห่งอิสราเอลเป็นหนึ่งในบทเรียนเริ่มแรกสุดที่สอนในพระคัมภีร์มอรมอน: “หลังจากเชื้อสายแห่งอิสราเอลกระจัดกระจายแล้วพระองค์จะทรงทำให้พวกเขารวมกันอีก; … กิ่งเดิมของต้นมะกอก, หรือเชื้อสายแห่งอิสราเอลที่เหลืออยู่, จะได้รับการต่อกิ่ง, หรือเข้าถึงความรู้เกี่ยวกับพระเมสสิยาห์องค์จริง, พระเจ้าของพวกเขาและพระผู้ไถ่ของพวกเขา” (1 นีไฟ 10:14).

  20. ดู Bruce R. McConkie, A New Witness for the Articles of Faith (1985), 554.

  21. พระคัมภีร์กล่าวถึงอับราฮัม 506 ข้อ: 216 ข้อในพระคัมภีร์ไบเบิล และ 290 ข้อในพระคัมภีร์ของการฟื้นฟู.

  22. เราอาจรับพันธสัญญาโดยการเลือกรับ (ดู มัทธิว 3:9; ลูกา 3:8; กาลาเทีย 3:26–29; 4:5–7; อับราฮัม 2:9–10).

  23. ดู ค&พ. 124:58; 132:31–32.

  24. ดู ค&พ. 84:33–40; 132:19; อับราฮัม 2:11.

  25. กิจการของอัครทูต 3:19, 21.

  26. ค&พ. 27:13. เปาโลพยากรณ์ถึงยุคสมัยของเราด้วยว่า “เมื่อเวลาครบบริบูรณ์แล้ว คือที่จะทรงรวบรวมทุกสิ่งทั้งที่อยู่ในสวรรค์และในแผ่นดินโลกให้อยู่ในพระคริสต์” (เอเฟซัส 1:10)

  27. ค&พ. 27:6.

  28. โมเสสเป็นคนแรกที่นำบุตรธิดาของพระผู้เป็นเจ้าไปผืนแผ่นดินแห่งมรดกของพวกเขา จึงสมควรเป็นผู้มอบกุญแจแห่งการรวบรวมอิสราเอลให้ศาสนจักรที่ได้รับการฟื้นฟู โมเสสมาหาเปโตร ยากอบ และยอห์นบนภูเขาแห่งการเปลี่ยนสภาพ และที่นั่นท่านมอบกุญแจฐานะปุโรหิตเดียวกันกับในสมัยของท่านให้ทั้งสาม ที่การประชุมใหญ่ของศาสนจักรในเดือนเมษายน ค.ศ. 1840 ศาสดาพยากรณ์โจเซฟ สมิธมอบหมายให้ออร์สัน ไฮด์ไปเยรูซาเล็มและอุทิศแผ่นดินนั้นเพื่อการกลับมาของชาวยิวและของอิสราเอลที่กระจัดกระจาย วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม ค.ศ. 1841 เอ็ลเดอร์ไฮด์คุกเข่าบนภูเขามะกอกเทศและอุทิศแผ่นดินนั้นเพื่อการรวบรวมชาวยิวและอิสราเอลสู่มรดกดั้งเดิมของพวกเขา

  29. ค&พ. 110:11–12.

  30. ค&พ. 110:14–15.

  31. ความจริงที่สำคัญคือโมเสส เอลีอัส และเอลียาห์มาในวันอาทิตย์อีสเตอร์เมื่อเริ่มปัสกา

  32. ดู มาลาคี 4:5–6.

  33. ดู ค&พ. 110:16.

  34. เจคอบ 1:7; ออมไน 1:26; โมโรไน 10:30, 32; ค&พ. 20:59.

  35. ดู ค&พ. 137:6–8

  36. ดู 1 โครินธ์ 15:29; 1 เปโตร 4:6.

  37. มัทธิว 10:6; 15:24.

  38. ดู เยเรมีย์ 16:16.

  39. 3 นีไฟ 20:13.

  40. ดู ค&พ. 6:6; 11:6; 12:6; 14:6.

  41. 2 นีไฟ 9:2.

  42. บรูซ อาร์. แมคคองกีใน Conference Report, Mexico City Mexico Area Conference 1972, 45.

  43. ค&พ. 97:21.

  44. ดู 2 นีไฟ 9:2; 10:7–9; 25:16–17, 20; 3 นีไฟ 21:22–28; ค&พ. 29:7–8.