พระคัมภีร์มอรมอนและพระคัมภีร์ไบเบิลเป็นพระคำของพระผู้เป็นเจ้า
พระคัมภีร์มอรมอนและพระคัมภีร์ไบเบิลสอนเราเกี่ยวกับแผนของพระผู้เป็นเจ้าและเป็นพยานถึงพระเยซูคริสต์
พระคัมภีร์มอรมอนคือพระคำของพระผู้เป็นเจ้า
ในพันธสัญญาใหม่ อัครสาวกเปาโลสอนว่า “ข้อกล่าวหาใดๆ ต้องมีพยานสองสามปากจึงจะเป็นที่เชื่อถือได้” (2 โครินธ์ 13:1 ) สมาชิกศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้ายยึดมั่นพระคัมภีร์ไบเบิลเป็นพยานหลักฐานเล่มหนึ่งและพระคัมภีร์มอรมอนเป็นพยานหลักฐานอีกเล่มหนึ่งของพระเยซูคริสต์
เช่นเดียวกับพระคัมภีร์ไบเบิล พระคัมภีร์มอรมอนเป็นบันทึกที่ได้รับการดลใจจากสวรรค์ซึ่งรวบรวมโดยศาสดาพยากรณ์ในสมัยโบราณ พระคัมภีร์บันทึกพระคำของพระผู้เป็นเจ้าที่มีให้บุตรธิดาของพระองค์ในทวีปอเมริกา ท่านสามารถรับการดลใจ ข้อคิด และการนําทางอย่างกระจ่างผ่านการอ่านพระคัมภีร์ทั้งสองเล่มด้วยกัน
เช่นเดียวกับพระคัมภีร์ไบเบิล พระคัมภีร์มอรมอนเป็นบันทึกที่ได้รับการดลใจจากสวรรค์ซึ่งรวบรวมโดยศาสดาพยากรณ์ในสมัยโบราณ พระคัมภีร์บันทึกพระคำของพระผู้เป็นเจ้าที่มีให้บุตรธิดาของพระองค์ในทวีปอเมริกา ท่านสามารถรับการดลใจ ข้อคิด และการนําทางอย่างกระจ่างผ่านการอ่านพระคัมภีร์ทั้งสองเล่มด้วยกัน
ศาสนจักรของพระคริสต์มีอยู่ในพื้นที่ของทวีปอเมริกา
เหตุการณ์สําคัญของพระคัมภีร์มอรมอนคือการเสด็จเยือนผู้ติดตามพระองค์ในทวีปอเมริกาหลังการสิ้นพระชนม์และการฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์ การเสด็จเยือนครั้งนี้ทําให้คําสอนของพระองค์ในเยรูซาเล็มเกิดสัมฤทธิผล:
แกะอื่นที่ไม่ได้เป็นของคอกนี้เราก็มีอยู่ แกะพวกนั้นเราก็ต้องพามาด้วย และแกะพวกนั้นจะฟังเสียงของเรา
หลังจากพระเยซูทรงสอนหลักคําสอนของพระองค์และทรงสถาปนาศาสนจักรของพระองค์ในทวีปอเมริกา ผู้คนที่นั่นดำเนินชีวิตในสันติสุขและความชอบธรรมหลายรุ่น
ท้ายที่สุด ผู้คนก็ตกอยู่ในสงครามและความชั่วร้ายและชาวนีไฟถูกทําลาย มอรมอนผู้เป็นชาวนีไฟที่รอดชีวิตคนสุดท้ายรวบรวมบันทึกของพวกเขาซึ่งรู้จักในยุคปัจจุบันว่าเป็นพระคัมภีร์มอรมอน: พยานหลักฐานอีกเล่มหนึ่งของพระเยซูคริสต์
ท้ายที่สุด ผู้คนก็ตกอยู่ในสงครามและความชั่วร้ายและชาวนีไฟถูกทําลาย มอรมอนผู้เป็นชาวนีไฟที่รอดชีวิตคนสุดท้ายรวบรวมบันทึกของพวกเขาซึ่งรู้จักในยุคปัจจุบันว่าเป็นพระคัมภีร์มอรมอน: พยานหลักฐานอีกเล่มหนึ่งของพระเยซูคริสต์
บันทึกโบราณที่แปลในสมัยของเรา
พระผู้เป็นเจ้าทรงเลือกโจเซฟ สมิธเป็นศาสดาพยากรณ์ให้ฟื้นฟูศาสนจักรของพระองค์ในสมัยของเราและทรงเตรียมทางให้โจเซฟพบบันทึกโบราณที่มอรมอนรวบรวมไว้และแปลบันทึกเหล่านั้นผ่านการเปิดเผยจากสวรรค์ นับแต่นั้น พระคัมภีร์มอรมอนเป็นแรงบันดาลใจให้หลายล้านคนทั่วโลกเปลี่ยนเป็นคนดีขึ้นและเป็นผู้ติดตามที่อุทิศตนมากขึ้นของพระเยซูคริสต์ พระคัมภีร์มอรมอนสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ท่านได้เช่นกันพระคัมภีร์ไบเบิลเป็นพระคำของพระผู้เป็นเจ้า
พระคัมภีร์ไบเบิลเป็นหนังสือศักดิ์สิทธิ์ของพระคัมภีร์ที่พระผู้เป็นเจ้าประทานแก่เรา—บุตรธิดาของพระองค์—เพื่อประโยชน์ของเรา คําสอนของพระคัมภีร์สามารถเป็นแหล่งความเข้มแข็ง การดลใจ และการนําทางแก่ท่าน
ในพันธสัญญาเดิม ท่านสามารถ:
ในพันธสัญญาเดิม ท่านสามารถ:
- เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับพระผู้เป็นเจ้าและจุดประสงค์ของชีวิตโดยอ่านเกี่ยวกับการสร้างโลกและการเสด็จมาของพระผู้ช่วยให้รอดที่เปิดเผยต่อศาสดาพยากรณ์สมัยโบราณเช่นอิสยาห์
- พบแบบอย่างศรัทธาอันทรงพลัง เช่น ราชินีเอสเธอร์
- รับการปลอบโยนจากบทกวีสดุดีและสุภาษิตที่ไพเราะ
- เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับพระผู้ช่วยให้รอดพระเยซูคริสต์เมื่อท่านเรียนรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติศาสนกิจขณะทรงเป็นมรรตัย ท่านสามารถอ่านเกี่ยวกับพระชนม์ชีพ ปาฏิหาริย์ และแบบอย่างที่ดีพร้อมของพระองค์
- พบเส้นทางผ่านคําสอนของพระเยซู สู่ชีวิตที่มีความหมายและสันติสุขมากขึ้นและสู่ความรอดนิรันดร์
- สําคัญที่สุดคือเรียนรู้เกี่ยวกับการพลีพระชนม์ชีพของพระเยซูเพื่อท่านและการฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์ เพราะพระองค์ ท่านจึงสามารถเติบโตเพื่อบรรลุศักยภาพอันสูงส่งของท่านในฐานะบุตรธิดาของพระผู้เป็นเจ้าและเตรียมอยู่กับพระผู้เป็นเจ้าและคนที่ท่านรักตลอดกาล
พระคัมภีร์มอรมอนและพระคัมภีร์ไบเบิลต่างเป็นพยานถึงพระคริสต์
พระคัมภีร์มอรมอนและพระคัมภีร์ไบเบิลเป็นพยานถึงพระเยซูคริสต์และสอนเรื่องแผนของพระผู้เป็นเจ้าเพื่อความสุขของเรา ทั้งไม่ใช่แทนที่คําสอนของกันและกัน แต่เสริมคําสอนของกันและกัน คล้ายกับพระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่ของมัทธิว มาระโก ลูกา และยอห์นให้มุมมองต่างกันเพื่อประกอบเป็นภาพที่สมบูรณ์มากขึ้นของหลักคําสอนหรือเรื่องราวเดียวกัน
โดยการศึกษาพระคัมภีร์มอรมอนและพระคัมภีร์ไบเบิลคู่กัน ท่านจะเข้าใจพระผู้เป็นเจ้าและความสัมพันธ์ของท่านกับพระองค์มากขึ้น เพื่อเริ่ม ท่านจะเห็นสิ่งที่พระคัมภีร์ทั้งสองเล่มพูดเกี่ยวกับหัวข้อเหล่านี้:
โดยการศึกษาพระคัมภีร์มอรมอนและพระคัมภีร์ไบเบิลคู่กัน ท่านจะเข้าใจพระผู้เป็นเจ้าและความสัมพันธ์ของท่านกับพระองค์มากขึ้น เพื่อเริ่ม ท่านจะเห็นสิ่งที่พระคัมภีร์ทั้งสองเล่มพูดเกี่ยวกับหัวข้อเหล่านี้:
พระเยซูคริสต์
พระเยซูคริสต์
“ท่านถูกดูหมิ่นและถูกทอดทิ้ง เป็นคนที่รับความเจ็บปวด และคุ้นเคยกับความทุกข์ยาก และเป็นดั่งผู้ซึ่งคนทั้งหลายหันหน้าหนี ท่านถูกดูหมิ่น และเราไม่ได้นับถือท่าน
“แน่ทีเดียวท่านแบกความเจ็บไข้ของพวกเรา และหอบความเจ็บปวดของเราไป กระนั้นพวกเรายังคิดว่าที่ท่านถูกตี คือถูกพระเจ้าทรงโบยตีและข่มใจ
“แต่ท่านถูกแทงเพราะความทรยศของเรา ท่านบอบช้ำเพราะความบาปผิดของเรา การตีสอนที่ตกบนท่านนั้นทำให้พวกเรามีสวัสดิภาพ และที่ท่านถูกเฆี่ยนตีก็ทำให้เราได้รับการรักษา” (อิสยาห์ 53:3–5 [พระคัมภีร์ไบเบิล])
“และพระองค์จะเสด็จออกไป, ทรงทนความเจ็บปวดและความทุกข์และการล่อลวงทุกอย่าง; และนี่ก็เพื่อคำซึ่งกล่าวว่าพระองค์จะทรงรับความเจ็บปวดและความป่วยไข้ของผู้คนของพระองค์จะได้เกิดสัมฤทธิผล
“และพระองค์จะทรงรับเอาความตาย, เพื่อพระองค์จะทรงทำให้สายรัดแห่งความตายที่ผูกมัดผู้คนของพระองค์หลุดออก; และพระองค์จะทรงรับเอาความทุพพลภาพของพวกเขา, เพื่ออุทรของพระองค์จะเปี่ยมไปด้วยพระเมตตา, ตามเนื้อหนัง, เพื่อพระองค์จะทรงรู้ตามเนื้อหนังว่าจะทรงช่วยผู้คนของพระองค์ตามความทุพพลภาพของพวกเขาได้อย่างไร” (แอลมา 7:11–12 [พระคัมภีร์มอรมอน])
“แน่ทีเดียวท่านแบกความเจ็บไข้ของพวกเรา และหอบความเจ็บปวดของเราไป กระนั้นพวกเรายังคิดว่าที่ท่านถูกตี คือถูกพระเจ้าทรงโบยตีและข่มใจ
“แต่ท่านถูกแทงเพราะความทรยศของเรา ท่านบอบช้ำเพราะความบาปผิดของเรา การตีสอนที่ตกบนท่านนั้นทำให้พวกเรามีสวัสดิภาพ และที่ท่านถูกเฆี่ยนตีก็ทำให้เราได้รับการรักษา” (
“และพระองค์จะเสด็จออกไป, ทรงทนความเจ็บปวดและความทุกข์และการล่อลวงทุกอย่าง; และนี่ก็เพื่อคำซึ่งกล่าวว่าพระองค์จะทรงรับความเจ็บปวดและความป่วยไข้ของผู้คนของพระองค์จะได้เกิดสัมฤทธิผล
“และพระองค์จะทรงรับเอาความตาย, เพื่อพระองค์จะทรงทำให้สายรัดแห่งความตายที่ผูกมัดผู้คนของพระองค์หลุดออก; และพระองค์จะทรงรับเอาความทุพพลภาพของพวกเขา, เพื่ออุทรของพระองค์จะเปี่ยมไปด้วยพระเมตตา, ตามเนื้อหนัง, เพื่อพระองค์จะทรงรู้ตามเนื้อหนังว่าจะทรงช่วยผู้คนของพระองค์ตามความทุพพลภาพของพวกเขาได้อย่างไร” (
จุดประสงค์ของชีวิต
จุดประสงค์ของชีวิต
“แต่พวกท่านจงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า และความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงนี้ให้” (มัทธิว 6:33 [พระคัมภีร์ไบเบิล])
“เพราะดูเถิด, ชีวิตนี้เป็นเวลาสำหรับมนุษย์ที่จะเตรียมพบพระผู้เป็นเจ้า; แท้จริงแล้ว, ดูเถิดวันแห่งชีวิตนี้เป็นวันสำหรับมนุษย์ที่จะทำงานของพวกเขา
“ … ฉะนั้น, ข้าพเจ้าวิงวอนท่านว่าท่านอย่าผัดวันแห่งการกลับใจของท่านไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่; เพราะหลังจากวันนี้ของชีวิต, ซึ่งเราได้รับมาเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับนิรันดร, ดูเถิด, หากเราไม่ปรับปรุงเวลาของเราขณะที่อยู่ในชีวิตนี้, เมื่อนั้นคืนแห่งความมืดย่อมมาถึงซึ่งในเวลานั้นจะประกอบการงานหาได้ไม่” (แอลมา 34:32–33 [พระคัมภีร์มอรมอน])
“เพราะดูเถิด, ชีวิตนี้เป็นเวลาสำหรับมนุษย์ที่จะเตรียมพบพระผู้เป็นเจ้า; แท้จริงแล้ว, ดูเถิดวันแห่งชีวิตนี้เป็นวันสำหรับมนุษย์ที่จะทำงานของพวกเขา
“ … ฉะนั้น, ข้าพเจ้าวิงวอนท่านว่าท่านอย่าผัดวันแห่งการกลับใจของท่านไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่; เพราะหลังจากวันนี้ของชีวิต, ซึ่งเราได้รับมาเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับนิรันดร, ดูเถิด, หากเราไม่ปรับปรุงเวลาของเราขณะที่อยู่ในชีวิตนี้, เมื่อนั้นคืนแห่งความมืดย่อมมาถึงซึ่งในเวลานั้นจะประกอบการงานหาได้ไม่” (
ชีวิตหลังความตาย
ชีวิตหลังความตาย
“พระเยซูตรัสกับนางว่า ‘เราเป็นชีวิตและการเป็นขึ้นจากตาย คนที่วางใจในเราจะมีชีวิตอีกแม้ว่าเขาจะตายไป
“และทุกคนที่มีชีวิตและวางใจในเราจะไม่ตายเลย’” (ยอห์น 11:25–26 [พระคัมภีร์ไบเบิล])
“และเมื่อนั้นเหตุการณ์จะบังเกิดขึ้นคือ, พระองค์ทรงรับวิญญาณคนชอบธรรมเข้าในสภาพแห่งความสุข, ซึ่งเรียกว่าเมืองบรมสุขเกษม, สภาพของการพักผ่อน, สภาพของความสงบสุข, ซึ่งที่นั่นพวกเขาจะพักผ่อนจากความยุ่งยากทั้งหลายทั้งปวงของพวกเขาและจากความกังวลทั้งปวง, และโทมนัส
“จิตวิญญาณจะทรงนำกลับมาสู่ร่างกาย, และร่างกายมาสู่จิตวิญญาณ; แท้จริงแล้ว, และทุกแขนขาและข้อต่อจะทรงนำกลับคืนสู่ร่างกายของมัน; แท้จริงแล้ว, แม้ผมเส้นหนึ่งบนศีรษะก็จะไม่หายไป; แต่สิ่งทั้งปวงจะทรงนำกลับคืนสู่ร่างอันถูกต้องและบริบูรณ์
“และจากนั้นคนชอบธรรมจะส่องสว่างในอาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้า” (แอลมา 40:12, 23, 25 [พระคัมภีร์มอรมอน])
“และทุกคนที่มีชีวิตและวางใจในเราจะไม่ตายเลย’” (
“และเมื่อนั้นเหตุการณ์จะบังเกิดขึ้นคือ, พระองค์ทรงรับวิญญาณคนชอบธรรมเข้าในสภาพแห่งความสุข, ซึ่งเรียกว่าเมืองบรมสุขเกษม, สภาพของการพักผ่อน, สภาพของความสงบสุข, ซึ่งที่นั่นพวกเขาจะพักผ่อนจากความยุ่งยากทั้งหลายทั้งปวงของพวกเขาและจากความกังวลทั้งปวง, และโทมนัส
“จิตวิญญาณจะทรงนำกลับมาสู่ร่างกาย, และร่างกายมาสู่จิตวิญญาณ; แท้จริงแล้ว, และทุกแขนขาและข้อต่อจะทรงนำกลับคืนสู่ร่างกายของมัน; แท้จริงแล้ว, แม้ผมเส้นหนึ่งบนศีรษะก็จะไม่หายไป; แต่สิ่งทั้งปวงจะทรงนำกลับคืนสู่ร่างอันถูกต้องและบริบูรณ์
“และจากนั้นคนชอบธรรมจะส่องสว่างในอาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้า” (
ความรัก
ความรัก
“แล้วพระมหากษัตริย์จะตรัสตอบว่า ‘เราบอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า ซึ่งพวกท่านได้ทำกับคนใดคนหนึ่งที่เล็กน้อยที่สุดในพี่น้องของเรานี้ ก็เหมือนทำกับเราด้วย’” (มัทธิว 25:40 [พระคัมภีร์ไบเบิล])
“และดูเถิด, ข้าพเจ้าบอกท่านถึงเรื่องเหล่านี้เพื่อท่านจะเรียนรู้ปัญญา; เพื่อท่านจะเรียนรู้ว่าเมื่อท่านอยู่ในการรับใช้เพื่อนมนุษย์ของท่าน ท่านก็อยู่ในการรับใช้พระผู้เป็นเจ้าของท่านนั่นเอง” (โมไซยาห์ 2:17 [พระคัมภีร์มอรมอน])
“และดูเถิด, ข้าพเจ้าบอกท่านถึงเรื่องเหล่านี้เพื่อท่านจะเรียนรู้ปัญญา; เพื่อท่านจะเรียนรู้ว่าเมื่อท่านอยู่ในการรับใช้เพื่อนมนุษย์ของท่าน ท่านก็อยู่ในการรับใช้พระผู้เป็นเจ้าของท่านนั่นเอง” (